แก่งกระจาน พบคนจนถูกจับอื้อ! สวนทางคำสั่ง คสช. ให้ยกเว้นคนยากไร้

0
1106

 

พบชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในกลุ่มป่าแก่งกระจาน ถูกดำเนินคดีรายวัน ข้อหารุกป่า! ด้านชาวบ้านยืนยันทำกินมาหลายชั่วอายุคน ส่วนเครือข่ายในพื้นที่ชี้ การดำเนินการดังกล่าว ขัดคำสั่ง คสช. ที่ให้ยกเว้นคนยากไร้ในปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า ผู้เชี่ยวชาญกังวลหากไม่เร่งแก้ไขปัญหาอาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาประกาศมรดกโลก

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม  เขตงานตะนาวศรี แจ้งว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ให้ช่วยตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อุทยานในกลุ่มป่าแก่งกระจาน กรณีเข้ามาจับกุมและสั่งดำเนินคดีกับชาวบ้านบ่อยครั้งด้วยข้อหาบุกรุกและแผ้วถางพื้นที่ป่าอนุรักษ์  ทั้งนี้ชาวบ้านต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นคนพื้นเมืองดั้งเดิม อยู่อาศัยและทำกินมานานก่อนการประกาศเขตป่าอนุรักษ์

นายวุฒิ  บุญเลิศ เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี กล่าวว่า “ผลจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียน เราพบว่าที่บ้านป่าละอูน้อย ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์แห่งนี้ เป็นชุมชนกะเหรี่ยงดั้งเดิม ที่อยู่อาศัยและทำกินมาช้านาน ด้วยทำการเกษตรแบบไร่หมุนเวียน และบางส่วนหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจบ้างในระยะหลัง มีหลักฐานหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าบริเวณนี้ เป็นแหล่งทำมาหากินดั้งเดิม เช่น ต้นมะม่วงเก่าแก่ ต้นทุเรียน รวมทั้งผู้สูงอายุในชุมชนที่สามารถยืนยันถึงความเป็นคนดั้งเดิมในพื้นที่แห่งนี้”

ทั้งนี้พบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เดือนสิงหาคม ปี 2560 มีการเข้าจับกุมและยึดคืนพื้นที่พร้อมทั้งดำเนินคดีกับชาวบ้านป่าละอูน้อย จำนวนแปดราย ด้วยข้อหาบุกรุกและแผ้วถางพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และมีการยึดคืนพื้นที่ตามนโยบายทวงคืนผืนป่า ของรัฐบาล คสช.   เครือข่ายกะเหรี่ยงมีความเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวขัดแย้งกับคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 66/2557 ที่ให้ยกเว้นคนยากไร้ ในการปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า

นอกจากบ้านป่าละอูน้อยแล้ว ในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติไทประจัน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี พบว่ามีชาวบ้านถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนชาวกะเหรี่ยงที่มีฐานะยากจน

ด้วยเหตุนี้นักวิชาการจึงมีความกังวลว่า การดำเนินการจับกุมชาวบ้านอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในอนาคต เนื่องจากคณะกรรมการมรกดกโลกมีมติให้เลื่อนการพิจารณาออกไปแล้วถึงสองครั้ง เพื่อให้รัฐบาลกลับมาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่เสียก่อน

นายกิตติศักดิ์  รัตนกระจ่างศรี ประธานกรรมการมูลนิธิประสานความร่วมมือชนเผ่าพื้นเมืองเอเชีย (AIPP) แสดงความกังวลว่า หากเจ้าหน้าที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาขึ้นทะเบียนกลุ่มมรดกโลกได้ “เพราะว่าเงื่อนไขหนึ่งที่คณะกรรมการมรดกโลกให้ข้อเสนอแนะว่า รัฐต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกลุ่มป่าแก่งกระจาน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องป่าไม้และที่ดินของชุมชนให้มีความชัดเจนก่อน และรัฐเองต้องขอฉันทามติจากชุมชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริงในแง่ของการปฎิบัติการในพื้นที่ เพราะชาวบ้านได้รับข้อมูลไม่เพียงพอและไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ” 

ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในกลุ่มป่าแก่งกระจานนั้นยืดเยื้อมานานและยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกทิศทาง  ที่ผ่านมาเคยมีการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบการจัดการร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ ชาวบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาทางออกอย่างยั่งยืน ซึ่งแนวคิดนี้ยังไม่ถูกนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมแต่อย่างใด

 

 

 

ทิ้งคำตอบไว้