เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี พร้อมด้วยลูกหลานชาวกะเหรี่ยงและองค์กรภาคประชาสังคมอีกจำนวนหนึ่ง เตรียมยื่นจดหมายร้องเรียนถึงผู้บริหารสำนักข่าวบางสำนัก เพื่อขอให้ตรวจสอบเนื้อหาข่าวที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้ว่า ปู่คออี้  มีมิ วัย 107 ปี ไม่ได้เกิดในผืนแผ่นดินไทย  ทางผู้ร้องเรียนกังวลว่า จะเป็นการกล่าวหาว่าปู่คออี้และพวกให้การเท็จต่อศาลปกครองสูงสุดที่ได้มีคำพิพากษาในคดีที่แล้วมา

รายงานข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของสำนักข่าวดังแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ภายหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาสั่งให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชดใช้ค่าเสียหายแก่ปู่คออี้ และพวกรวม 6 คน คนละประมาณ 50,000 บาท กรณีที่ถูกพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐเผาบ้าน และยุ้งข้าวระหว่างปฏิบัติการตามยุทธการตะนาวศรี

นายเกรียงไกร  ชีช่วง ผู้ประสานงานเครือข่ายกะเหรี่ยงฯ เขตงานตะนาวศรี ให้ข้อมูลกับไอเอ็มเอ็นว่า ทางเครือข่ายเตรียมทำจดหมายร้องเรียนต่อบรรณาธิการและผู้บริหารสำนักข่าวดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นการจงใจบิดเบือนข้อมูลให้ผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริง รวมทั้งการปล่อยข่าวหลังจากที่มีคำตัดสินของศาลแล้ว อาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและไขว้เขวได้

เนื้อหาข่าวที่เป็นประเด็นให้เกิดการร้องเรียนในครั้งนี้ มีการยกตัวอย่างมาเช่น “ พบหลักฐานปู่คออี้ เผยกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตนเองเกิดต้นแม่น้ำพาชี ใกล้ๆพุระก้า จ.ราชบุรี ไม่ได้เกิดในไทย”  ซึ่งเครือข่ายฯ ได้ทำการตรวจสอบกับนางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชน ผู้ถูกอ้างถึงในเนื้อข่าว เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๑ ได้รับการยืนยันว่าไม่เป็นจริงแต่อย่างใด ปู่คออี้ยืนยันมาโดยตลอดว่าเกิดและโตในผืนแผ่นดินไทย  ต้นน้ำแม่น้ำาภาชี มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาตะนาวศรี เขตประเทศไทย ประกอบด้วยลำธารหลายสาย ไหลผ่านเขตอาเภอสวนผึ้ง และอาเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรีแล้วไปบรรจบลำน้ำแควน้อยที่ อำเภอเมือง กาญจนบุรี

หรืออีกตอนหนึ่งที่ข่าวเขียนว่า “จากหลักฐานดังกล่าวท้าให้หลายฝ่ายมองว่า การที่คออี้พร้อมพวกให้ข่าวผ่านฝ่ายกฏหมายที่ช่วยยื่นฟ้องคดีให้นั้นเป็นข้อมูลเท็จ”  ประเด็นนี้คณะผู้ร้องเรียนเห็นว่าอาจมีคนนำไปตีความได้ว่าปู่คออี้ มีมิและพวกให้การเท็จต่อศาลปกครองสูงสุดที่ได้มีคำพิพากษาแล้ว

ขณะที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ สุรชา บุญเปี่ยม  ได้โพสต์ข้อความว่า นางเตือนใจ  ดีเทศน์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ถ้อยคำที่ปู่คออี้บอกเล่ากับตนในคลิปดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลที่ไม่ได้แตกต่างหรือขัดแย้งไปจากรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือเป็นที่รับทราบโดยทั่วไปก่อนหน้านี้แต่อย่างใด เนื่องจากพื้นที่ที่เรียกว่าบ้านใจแผ่นดินอยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรีซึ่งไม่ไกลจากบ้านพุระกำ จังหวัดราชบุรี โดยมีแนวสันเขาต้นน้ำลำภาชีแบ่งเขตกั้น ที่สำคัญพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตประเทศไทยไม่ใช่ประเทศพม่าตามที่มีการระบุในรายงานข่าวแต่อย่างใด ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับหลักฐานเอกสาร ทร.ชข. ซึ่งสำรวจโดยกรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งระบุชัดเจนว่า ปู่คออี้เกิดเมื่อปี ๒๔๕๔ ที่จังหวัดเพชรบุรี บิดาชื่อนายมิมิ และมารดาชื่อนางพีนอคี นอกจากนั้นยังมีหลักฐานภาพถ่ายที่ปรากฎว่าปู่คออี้และกะเหรี่ยงใจบ้านแผ่นดินเดินทางไปหากำนันตำบลสวนผึ้งเพื่อนำของป่าไปขายยังตัวเมืองจังหวัดราชบุรี

กสม.เตือนใจ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างข่าวว่าปู่คออี้ไม่ได้เกิดในประเทศไทยอาจเป็นความพยามยามในการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์ในทางคดี ทำให้ศาลและประชาชนทั่วไทยเข้าใจว่า ปู่คออี้เป็นคนพม่าเข้ามาบุกรุกอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานไม่ใช่ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม นอกจากนั้นมีข้อสังเกตว่าตนลงพื้นที่ไปเยี่ยมปู่คออี้ที่บ้านบางกลอยตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๑ แต่เพิ่งมีการนำคลิปดังกล่าวออกมาเผยแพร่ ภายหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษากรณีการเผาบ้านกะเหรี่ยงแก่งกระจานเมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายนที่ผ่านมา โดยให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก่ปู่คออี้และพวกรวม ๖ คน จะมีเจตนาแอบแฝงเรื่องอื่นหรือไม่ ทั้งนี้ ตนเองจะทำหนังสือเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้องถึงกองบรรณาธิการของสำนักข่าวที่ได้เสนอข่าวในเรื่องดังกล่าว และเรียกร้องให้สื่อมวลชนตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องและมีความรอบคอบก่อนนำเสนอข่าว

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here