ขีดเส้นตาย 60 นาที รัฐบาลต้องลงนามแก้ปัญหาบางกลอย

เช้าวันนี้ เวลาประมาณ 9 นาฬิกา บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุมในนามภาคี #SAVEบางกลอย ประกาศเตรียมยกระดับการชุมนุมหากรัฐบาลไม่ส่งตัวแทนมาลงนามในข้อตกลงแก้ไขปัญหาตามที่ ร.อ. ธรรมนัส พรมเผ่า ได้รับปากกับชาวบ้านเมื่อวานนี้ ชี้ชาวบ้านยังไม่วางใจหากไม่มีการลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเป็นหลักประกันให้ชาวบ้านบางกลอยเดินทางกลับชุมชนโดยไม่ถูกดำเนินคดี และข่มขู่คุกคามจากเจ้าหน้ารัฐ และแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ คือ

  1. ให้เจ้าหน้าที่อุทยาน และเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมทั้งกองกำลังสนธิระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ถอนกำลังออกจากชุมชนบางกลอยทันที
  2. หยุดข่มขู่คุกคาม และสกัดกั้นการลำเลียงข้าวสารอาหารแห้งและความช่วยเหลือจากประชาชนภายนอกให้แก่ชาวบ้านบางกลอย
  3. ให้ยุติการดำเนินคดีกับแกนนำที่ได้รับหมายเรียกจาก สน. บางซื่อ จากกรณีที่ได้ไปยื่นหนังสือที่หน้ากระทรวงทรัพย์เมื่อวันที่ 5  กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

หลังจากนั้นประมาณสิบห้านาที มีเจ้าหน้าที่จากทำเนียบรัฐบาลมาแจ้งกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ร.อ. ธรรมนัส พรมเผ่า มอบหมายให้นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางมาเจรจาและทำข้อตกลงกับกลุ่มผู้ชุมนุม

แถลงการณ์กลุ่มประชาชนผู้รักความเป็นธรรมและภาคี #SAVEบางกลอย

สืบเนื่องจากสถานการณ์ที่พี่น้องกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จํานวน 36 ครอบครัว ประมาณ 70 คน เดินเท้ากลับใจแผ่นดิน ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา จนปรากฏข่าวสารการพยายามข่มขู่ คุกคาม พี่น้องในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการสนธิกําลังกันระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและทหารทัพพระยา เสือ การพยายามข่มขู่ว่าจะดําเนินการตามกฎหมายกับชาวบ้าน และสถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่าน มาที่ปรากฏภาพการสนธิกําลังกันของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ และทหารรบพิเศษที่ 1 แก่งกระจาน

จากรายงานของชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 12 กุมภาพันธ์นั้น อุทยานแห่งชาติแก่ง กระจานได้ตั้งจุดตรวจค้นก่อนเข้าเขตหมู่บ้านบางกลอย โดยไม่มีการแจ้งให้ผู้นําชุมชนและชาวบ้านทราบถึงเหตุผล หลังจากนั้นไม่นานชาวบ้านพบว่ามีเจ้าหน้าที่สนธิกําลังกันเข้าไปในหมู่บ้าน กระจายกําลังกันดักซุ่มตามเส้นทางที่ ชาวบ้านใช้เดินขึ้นและลงจากบ้านบางกลอยลา่ งไปยังบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน ต่อมาประมาณ 18.30 น. ได้รับรายงาน ว่ามีกําลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 นาย เดินเท้าผ่านหมู่บ้านไปยังบริเวณห้วยโป่งลึก หลังจากนั้นไม่นานชาวบ้านได้ยิน เสียงปืนประมาณ 3-4 นัด จากทิศทางที่เจ้าหน้าที่เดินเข้าไป

การดําเนินการเช่นนี้ของเจ้าหน้าที่รัฐคือการข่มขู่ คุกคาม และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ลักษณะไม่ ต่างจากการดําเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การดําเนินการเช่นนี้อาจนําไปสู่การกระทํา อันรุนแรง ทั้งโดยการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้น และการสนธิกองกําลังเจ้าหน้าที่เข้าไปใช้ความรุนแรง กับชาวกะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดิน ดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วในเหตุการณ์ยุทธการตะนาวศรี เมื่อปี 2553-2554

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้แถลงข่าวแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยกลับใจแผ่นดิน ระบุว่า ทส. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาความเดือดร้อน มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา โดย จําเป็นต้องอาศัยความเข้าใจและการถอยคนละก้าว ยืนยันว่ามีประชาชนเพียง 6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ยังเดือดร้อนและ ไม่พอใจต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา อีกทั้งยังระบุว่าตนรู้สึกสะท้อนใจกับจดหมายที่ภาคประชาชนเขียนถึง ว่าให้คืนความเป็นคนให้กลุ่มชาติพันธุ์ ชี้ว่าผู้เขียนกําลังทําลายความเป็นคน พยายามเสี้ยมให้เกิดความแตกแยก

คําแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังแสดงให้เห็นว่า ทส. รับฟังข้อมูล จากฝ่ายรัฐเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่ได้ให้ความสําคัญกับข้อมูลและเสียงเรียกร้องจากชาวบ้านบางกลอยและภาค ประชาชน เพราะที่ผ่านมามีความพยายามในการใช้กลไกระดับกระทรวงฯ ร่วมกับภาคประชาชนในการลงพื้นที่ แสวงหาข้อเท็จจริง และรายงานให้กระทรวงฯ ทราบอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐมนตรีก็ยังยืนยันจะใช้เพียงข้อมูลจากฝั่ง ราชการซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงในพื้นที่ นอกจากนั้นเรายังเห็นว่าการแถลงของรัฐมนตรีเช่นนี้ คือการสนับสนุนให้ หน่วยงานรัฐเพิกเฉยต่อความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมากว่า 25 ปี และให้ท้ายพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ใช้ ความรุนแรงกับประชาชน

ผู้แทนชาวบ้านบางกลอย และ ภาคี #SAVEบางกลอย ที่ติดตามส่งกําลังใจในการกลับสู่พื้นที่ดั้งเดิมของพี่ น้องบางกลอยมาโดยตลอดต้องการเห็นการแก้ปญั หาที่ไม่ซ้ํารอยเดิมและไม่เพมิ่ ปญั หาใหม่จึงได้ยื่นหนังสือเพื่อขอพบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่กลับไม่ได้รับความสนใจและไม่มีท่าทีที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาที่ประชาชนยื่น เสนอ อีกทั้งผู้ร่วมยื่นหนังสือบางสว่ นกลับถูกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกลา่ วหาจากสถานีตํารวจนครบาลบางซื่อ ใน ข้อหาร่วมกันจัดการชุมนุมในที่สาธารณะโดยผิดกฎหมาย จนเกิดเป็นการประกาศชุมนุมที่ทําเนียบรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์จนถึงวันนี้

โดยวานนี้ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อ สังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ ได้ลงมารับหนังสือของกลุ่มผู้แทนชาวบ้านบางกลอย และ ภาคี #SAVEบางกลอย รับปากจะดําเนินการตามข้อเรียกร้องเร่งด่วน 3 เรื่อง ได้แก่

1. จะถอนกําลังเจ้าหน้าที่ออกจากชุมชนบ้านบางกลอยทันที

2. ให้หยุดการสกัดเส้นทางการขนส่งเสบียงไปช่วยเหลือพี่น้องที่บางกลอยบน-ใจแผ่นดิน

3. ให้ยุติคดีของสมาชิกภาคี#SAVEบางกลอยจํานวน10คนที่เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา

.

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบางกลอย และพวกเรากลุ่มภาคี #SAVEบางกลอย ยังไม่วางใจว่ารัฐบาลมีความจริงใจ

ในการแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมากว่า 25 ปีนี้ เราจึงจัดทําบันทึกข้อตกลงขึ้นเพื่อให้รัฐบาล ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ และ ผู้แทนภาคี #SAVEบางกลอย ลงนาม อันประกอบด้วย

1. ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธาน คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ

2. นายวราวุธศิลปอาชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

3. นายจตุพรบุรุษพัฒน์ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

4. ผู้แทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

5. ผู้แทนภาคี#SAVEบางกลอย

6. ผู้แทนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยจังหวัดเพชรบุรี เพื่อให้มีแนวทางชัดเจนในการดําเนินการตามข้อเรียกร้องดังกล่าว เราเห็นว่าต้องมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้แทนพี่น้องกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยทั้งที่มาเข้าร่วมปักหลัก ชุมนุมครั้งนี้ และชาวกะเหรี่ยงบางกลอยล่าง และบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน จะสามารถดําเนินวิถีวิตได้อย่างปรกติสุข ปราศจากการข่มขู่ คุกคาม ดําเนินการทางกฎหมาย และใช้ความรุนแรง โดยพวกเราจะให้เวลาผู้มีรายชื่อลงนาม ทั้งหมดภายใน 1 ชั่วโมง ให้ทุกท่านมาลงนามต่อหน้าผู้แทนชาวบางกลอยและภาคี #SAVEบางกลอย ณ ที่ชุมนุมแห่ง นี้ หากภายในเวลาดังกล่าวท่านไม่สามารถมาลงนามได้ เราจะยกระดับการเคลื่อนไหว แล้วไปตามหาทุกท่านถึงที่

.

คนต้องเท่ากัน ชาติพันธุ์ก็คือคน ณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ทําเนียบรัฐบาล

  1. ให้เจ้าหน้าที่อุทยาน และเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมทั้งกองกำลังสนธิระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ถอนกำลังออกจากชุมชนบางกลอยทันที
  2. หยุดข่มขู่คุกคาม และสกัดกั้นการลำเลียงข้าวสารอาหารแห้งและความช่วยเหลือจากประชาชนภายนอกให้แก่ชาวบ้านบางกลอย
  3. ให้ยุติการดำเนินคดีกับแกนนำที่ได้รับหมายเรียกจาก สน. บางซื่อ จากกรณีที่ได้ไปยื่นหนังสือที่หน้ากระทรวงทรัพย์เมื่อวันที่ 5  กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

หลังจากนั้นประมาณสิบห้านาที มีเจ้าหน้าที่จากทำเนียบรัฐบาลมาแจ้งกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ร.อ. ธรรมนัส พรมเผ่า มอบหมายให้นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางมาเจรจาและทำข้อตกลงกับกลุ่มผู้ชุมนุม

แถลงการณ์กลุ่มประชาชนผู้รักความเป็นธรรมและภาคี #SAVEบางกลอย

สืบเนื่องจากสถานการณ์ที่พี่น้องกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จํานวน 36 ครอบครัว ประมาณ 70 คน เดินเท้ากลับใจแผ่นดิน ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา จนปรากฏข่าวสารการพยายามข่มขู่ คุกคาม พี่น้องในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการสนธิกําลังกันระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและทหารทัพพระยา เสือ การพยายามข่มขู่ว่าจะดําเนินการตามกฎหมายกับชาวบ้าน และสถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่าน มาที่ปรากฏภาพการสนธิกําลังกันของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ และทหารรบพิเศษที่ 1 แก่งกระจาน

จากรายงานของชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 12 กุมภาพันธ์นั้น อุทยานแห่งชาติแก่ง กระจานได้ตั้งจุดตรวจค้นก่อนเข้าเขตหมู่บ้านบางกลอย โดยไม่มีการแจ้งให้ผู้นําชุมชนและชาวบ้านทราบถึงเหตุผล หลังจากนั้นไม่นานชาวบ้านพบว่ามีเจ้าหน้าที่สนธิกําลังกันเข้าไปในหมู่บ้าน กระจายกําลังกันดักซุ่มตามเส้นทางที่ ชาวบ้านใช้เดินขึ้นและลงจากบ้านบางกลอยลา่ งไปยังบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน ต่อมาประมาณ 18.30 น. ได้รับรายงาน ว่ามีกําลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 นาย เดินเท้าผ่านหมู่บ้านไปยังบริเวณห้วยโป่งลึก หลังจากนั้นไม่นานชาวบ้านได้ยิน เสียงปืนประมาณ 3-4 นัด จากทิศทางที่เจ้าหน้าที่เดินเข้าไป

การดําเนินการเช่นนี้ของเจ้าหน้าที่รัฐคือการข่มขู่ คุกคาม และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ลักษณะไม่ ต่างจากการดําเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การดําเนินการเช่นนี้อาจนําไปสู่การกระทํา อันรุนแรง ทั้งโดยการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้น และการสนธิกองกําลังเจ้าหน้าที่เข้าไปใช้ความรุนแรง กับชาวกะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดิน ดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วในเหตุการณ์ยุทธการตะนาวศรี เมื่อปี 2553-2554

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้แถลงข่าวแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยกลับใจแผ่นดิน ระบุว่า ทส. ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาความเดือดร้อน มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา โดย จําเป็นต้องอาศัยความเข้าใจและการถอยคนละก้าว ยืนยันว่ามีประชาชนเพียง 6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ยังเดือดร้อนและ ไม่พอใจต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา อีกทั้งยังระบุว่าตนรู้สึกสะท้อนใจกับจดหมายที่ภาคประชาชนเขียนถึง ว่าให้คืนความเป็นคนให้กลุ่มชาติพันธุ์ ชี้ว่าผู้เขียนกําลังทําลายความเป็นคน พยายามเสี้ยมให้เกิดความแตกแยก

คําแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังแสดงให้เห็นว่า ทส. รับฟังข้อมูล จากฝ่ายรัฐเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่ได้ให้ความสําคัญกับข้อมูลและเสียงเรียกร้องจากชาวบ้านบางกลอยและภาค ประชาชน เพราะที่ผ่านมามีความพยายามในการใช้กลไกระดับกระทรวงฯ ร่วมกับภาคประชาชนในการลงพื้นที่ แสวงหาข้อเท็จจริง และรายงานให้กระทรวงฯ ทราบอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐมนตรีก็ยังยืนยันจะใช้เพียงข้อมูลจากฝั่ง ราชการซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงในพื้นที่ นอกจากนั้นเรายังเห็นว่าการแถลงของรัฐมนตรีเช่นนี้ คือการสนับสนุนให้ หน่วยงานรัฐเพิกเฉยต่อความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมากว่า 25 ปี และให้ท้ายพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ใช้ ความรุนแรงกับประชาชน

ผู้แทนชาวบ้านบางกลอย และ ภาคี #SAVEบางกลอย ที่ติดตามส่งกําลังใจในการกลับสู่พื้นที่ดั้งเดิมของพี่ น้องบางกลอยมาโดยตลอดต้องการเห็นการแก้ปญั หาที่ไม่ซ้ํารอยเดิมและไม่เพมิ่ ปญั หาใหม่จึงได้ยื่นหนังสือเพื่อขอพบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่กลับไม่ได้รับความสนใจและไม่มีท่าทีที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาที่ประชาชนยื่น เสนอ อีกทั้งผู้ร่วมยื่นหนังสือบางสว่ นกลับถูกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกลา่ วหาจากสถานีตํารวจนครบาลบางซื่อ ใน ข้อหาร่วมกันจัดการชุมนุมในที่สาธารณะโดยผิดกฎหมาย จนเกิดเป็นการประกาศชุมนุมที่ทําเนียบรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์จนถึงวันนี้

โดยวานนี้ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อ สังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ ได้ลงมารับหนังสือของกลุ่มผู้แทนชาวบ้านบางกลอย และ ภาคี #SAVEบางกลอย รับปากจะดําเนินการตามข้อเรียกร้องเร่งด่วน 3 เรื่อง ได้แก่

1. จะถอนกําลังเจ้าหน้าที่ออกจากชุมชนบ้านบางกลอยทันที

2. ให้หยุดการสกัดเส้นทางการขนส่งเสบียงไปช่วยเหลือพี่น้องที่บางกลอยบน-ใจแผ่นดิน

3. ให้ยุติคดีของสมาชิกภาคี#SAVEบางกลอยจํานวน10คนที่เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา

.

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบางกลอย และพวกเรากลุ่มภาคี #SAVEบางกลอย ยังไม่วางใจว่ารัฐบาลมีความจริงใจ

ในการแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมากว่า 25 ปีนี้ เราจึงจัดทําบันทึกข้อตกลงขึ้นเพื่อให้รัฐบาล ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ และ ผู้แทนภาคี #SAVEบางกลอย ลงนาม อันประกอบด้วย

1. ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธาน คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของพีมูฟ

2. นายวราวุธศิลปอาชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

3. นายจตุพรบุรุษพัฒน์ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

4. ผู้แทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

5. ผู้แทนภาคี#SAVEบางกลอย

6. ผู้แทนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยจังหวัดเพชรบุรี เพื่อให้มีแนวทางชัดเจนในการดําเนินการตามข้อเรียกร้องดังกล่าว เราเห็นว่าต้องมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้แทนพี่น้องกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยทั้งที่มาเข้าร่วมปักหลัก ชุมนุมครั้งนี้ และชาวกะเหรี่ยงบางกลอยล่าง และบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน จะสามารถดําเนินวิถีวิตได้อย่างปรกติสุข ปราศจากการข่มขู่ คุกคาม ดําเนินการทางกฎหมาย และใช้ความรุนแรง โดยพวกเราจะให้เวลาผู้มีรายชื่อลงนาม ทั้งหมดภายใน 1 ชั่วโมง ให้ทุกท่านมาลงนามต่อหน้าผู้แทนชาวบางกลอยและภาคี #SAVEบางกลอย ณ ที่ชุมนุมแห่ง นี้ หากภายในเวลาดังกล่าวท่านไม่สามารถมาลงนามได้ เราจะยกระดับการเคลื่อนไหว แล้วไปตามหาทุกท่านถึงที่

คนต้องเท่ากัน ชาติพันธุ์ก็คือคน ณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ทําเนียบรัฐบาล