เหตุความสูญเสียจากเพลิงไหม้โรงเรียน สะท้อนการจัดการศึกษาในเขตชนบท

0
436

เครือข่ายการศึกษาชนเผ่าพื้นเมือง ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยเหตุการณ์ความสูญเสีย ชี้  สาเหตุหนึ่งเกิดจากระบบการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล ที่ไม่มีประสิทธิภาพ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาว

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ไฟไหม้ หอพักเด็กนักเรียนหญิงประถม โรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2559 โดยมีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กชนเผ่าพื้นเมืองในกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ได้สะท้อนให้เห็นสถานการณ์และปัญหาของนโยบายรัฐด้านศึกษาที่มีผลกระทบกับชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง อย่างน้อย 2 ประเด็น คือ

ประเด็นที่ 1 การยุบโรงเรียนขนาดเล็ก พ่อแม่ผู้ปกครองต้องส่งบุตรหลานไปเรียนในเมือง บางชุมชนเด็กต้องไปเรียนในเมืองตั้งแต่ระดับชั้นก่อนอนุบาล บางรายเดินทางไปกลับโดยมีรถตู้รับส่ง ซึ่งทำให้เด็กอยู่ในสถานการณ์ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุตลอดเวลา หรือบางชุมชนที่อยู่ห่างไกลไม่สามารถไปกลับได้ในหนึ่งวัน ก็ต้องนำบุตรหลานไปฝากตามหอพักของโรงเรียนที่ให้การศึกษาแบบสงเคราะห์และหรือองค์กรสาธารณะประโยชน์ต่างๆ ซึ่งไม่มีมาตรฐานการดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยแก่เด็กอย่างรอบด้าน

ประเด็นที่ 2 คุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในชุมชนหรือท้องถิ่น ครูที่มาสอนส่วนใหญ่เป็นครูต่างถิ่นที่ไม่มีความรู้เรื่องวัฒนธรรมของชุมชน รวมทั้งไม่มีความผูกพันกับชุมชน และมีการโยกย้ายบ่อย นอกจากนี้หลักสูตรการเรียนการสอนของสถานศึกษาไม่ได้เน้นการส่งเสริมให้เด็กยึดโยงและเรียนรู้วิถีชุมชน ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองเลือกที่จะส่งบุตรหลานไปเรียนสถานศึกษาที่ดีกว่า มีคุณภาพมากกว่า เนื่องจากมีความเชื่อมั่นว่าโรงเรียนในเมืองมีคุณภาพมากกว่าโรงเรียนในชุมชน และเชื่อมั่นว่าโรงเรียนเอกชนมีคุณภาพมากกว่าโรงเรียนของรัฐสิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากสองประเด็นที่กล่าวมาแล้ว คือ พ่อแม่ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เด็ก ๆ เติบโตท่ามกลางปัจจัยที่มีความเสี่ยง ส่งผลให้เด็กขาดทักษะการใช้ชีวิต และประสบปัญหาอื่น ๆ เช่น ติดเกมส์ ติดยาเสพติด ท้องก่อนวัยอันควร เป็นต้น ที่สำคัญเมื่อเด็ก ๆ จบการศึกษําในเมืองกลับไม่มีความรู้ ทักษะ และทัศนคติ ที่เป็นเรื่องของวัฒนธรรมประเพณีและท้องถิ่นของตนเอง กลํายเป็นบุคคลไร้รากเหง้าทางวัฒนธรรม และทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นของตนขําดกํารสืบสานและพัฒนําอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตในวิถีชุมชนของตนเองได้

ดังนั้น เครือข่ายการศึกษาชนเผ่าพื้นเมือง (คศช./IEN) สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และภาคีองค์กรและเครือข่ายที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กและการศึกษาทางเลือก ขอเสนอและเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังต่อไปนี้

1) ให้รัฐเข้าไปหนุนเสริมกํารแก้ปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีไฟไหม้อย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง

2) ให้รัฐกำหนดมาตรฐานการดูแลคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยเด็กในโรงเรียนและสถานสงเคราะห์ที่มีเด็กพักค้างในหอพักหรือบ้านพัก ส่งเสริมการดำเนินการตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานการดำเนินการของโรงเรียนและสถานสงเคราะห์อย่างสม่ำเสมอและเพิกถอนใบอนุญาตหากการดำเนินงานไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

3) ให้เร่งทบทวนกฎหมาย นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษํา ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและจัดการศึกษาให้มีคุณภาพในระดับชุมชน

4) ให้รัฐสนับสนุนงบประมาณการจัดการศึกษาโดยชุมชนที่เป็นไปตามพรบ.กํารศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 และกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบของศูนย์การเรียน พ.ศ. 2557

5) ให้รัฐส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตให้กับชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง อย่างมีคุณภาพที่สอดคล้องกับวิถีสังคมและวัฒนธรรมชุมชน

6) ให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการสถานศึกษาในสัดส่วนที่เป็นผู้แทนชุมชนให้สามารถทำหน้าที่ของตนได้อย่ํางมีประสิทธิภาพ

ข้อเสนอนี้จะเอื้อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับท้องถิ่นอย่างแท้จริง เป็นการแก้ไขปัญหาคนรุ่นใหม่ละทิ้งถิ่น ทำให้นักเรียนหรือเด็กและเยาวชนได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างยาวนานขึ้นรวมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ ให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองจากการส่งบุตรหลานไปเรียนนอกชุมชนอีกด้วย

เครือข่ายการศึกษาชนเผ่าพื้นเมือง จะติดตามความคืบหน้าของข้อเสนอเรียกร้องข้างต้นอย่างต่อเนื่องและหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการแก้ไขปัญหาและให้การสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยชุมชนอย่างจริงจัง

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here