ชนเผ่าพื้นเมือง ในเวทีโลกกับกลไก EMRIP

0
371
EMRIP เป็นอีกหนึ่งกลไกภายใต้องค์การสหประชาชาติ ที่มีความคัญมากต่อชนเผ่าพื้นเมือง โดยระหว่างวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2559 ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีการประชุมกลไกสหประชาชาติว่าด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง  ในส่วนของประเทศไทยมีตัวแทนชนเผ่าพื้นเมืองเข้าร่วมประชุมในเวทีนี้ และได้เขียนสรุปการทำงานของกลไกดังกล่าวไว้ดังนี้
EMRIP คืออะไร?
โดยสรุป
EMRIP หรือ Expert Mechanism on Rights of Indigenous People เป็นกลไกที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านชนเผ่าพื้นเมือง จำนวน 5 คน มีหน้าที่ศึกษาปัญหาและสถานการณ์ของชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อสกัดเป็นรายงาน ข้อแนะนำมอบให้กับรัฐบาลต่างๆ เพื่อนำไปกำหนดเป็นนโยบายในการส่งเสริมสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เป็นไปตามปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง
 
บทบาทหน้าที่ของกลไกสหประชาชาติ ว่าด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง (The Mandate of the Expert Mechanism on Rights of Indigenous Peoples – EMRIP.)
 
ภาระหน้าที่หลักของ EMRIP นั้นอาจแบ่งออกได้เป็นสองประเภท ดังนี้
1) สร้างความเข้าใจกับประเทศสมาชิกต่างๆที่มีประชากรชนเผ่าพื้นเมือง รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคส่วนต่างๆ ให้เห็นว่ายังมีสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในด้านใดบ้างที่ยังไม่ได้รับการดูแล โดยเสนอเป็นผลการศึกษาวิจัย พร้อมทั้งข้อแนะนำต่างๆ เพื่อการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น
2) ธำรงรักษา ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงาม รวมทั้งต่อเนื่องปฏิบัติการต่างๆ ที่ประสบผลสำเร็จ หรือเป็นที่ประจักษ์ว่าสามารถส่งเสริมสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการได้มาซึ่งข้อมูลนั้น ส่วนหนึ่งได้จากการศึกษาค้นคว้าของคณะผู้เชี่ยวชาญ และอีกส่วนหนึ่งมาจากข้อเสนอแนะจากภาคประชาสังคมโดยเฉพาะที่เป็นชนเผ่าพื้นเมือง
 
ดังนั้น ระหว่างการประชุมกลไก EMRIP นั้นข้อเสนอจากผู้เข้าร่วมมีความแตกต่างจากข้อเสนอต่อภาครัฐ และกลไกอื่นๆ เช่น UPR, เวทีถาวรว่าด้วยชนเผ่าพื้นเมือง ที่เน้นการนำเสนอแบบวิเคราะห์ภาพรวม ยกตัวอย่างสถานการณ์ปัญหา และข้อเสนอแนะสู่ปฏิบัติการหรือการกำหนดนโยบายที่เหมาะสม เป็นต้น แต่บรรยากาศของการประชุมจะเป็นในรูปแบบที่ชี้ให้ EMRIP เห็นว่าประเด็นไหนที่เร่งด่วน ที่ต้องทำการศึกษาค้นคว้า เพื่อส่งมอบรายงานและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล “อย่างไรก็ตามสิ่งที่ EMRIP ทำได้ดีที่สุดในตอนนี้คือ การให้คำแนะนำฉันมิตรต่อรัฐภาคี ไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น”
 
ในปี 2016 นี้ เป็นครั้งที่ 9 ของการประชุม EMRIP มุ่งเน้นไปที่ประเด็นของ สิทธิในสุขภาพของชนเผ่าพื้นเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชน ส่วนแผนงาน หรือ Mandate ในปีถัดไปที่ EMRIP จะนำไปพิจาจารณาศึกษาค้นคว้านั้น จะถูกกำหนดหลังจากที่รับฟังความเห็นจากผู้เข้าร่วมอีกครั้ง
 
กำหนดการประชุม กลไกสหประชาชาติ ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 11 – 14 กรกฎาคม 2559
ณ Nations des Palias, Geneva. Room xx (20)
วาระที่ 1 เลือกตั้งคณะทำงาน
วาระที่ 2 ชี้แจงกำหนดการ
วาระที่ 3 ทบทวนรายงาน การประชุมชนเผ่าพื้นเมืองโลก และทบทวนบทบาทหน้าที่ของ EMRIP
วาระที่ 4 เวทีเสวนา “การส่งเสริมและปกป้องสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองที่เป็นผู้พิการ”
วาระที่ 5 การศึกษาและข้อแนะนำ ต่อสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองในสุขภาพ ด้วยการมุ่งเน้นไปที่เด็กและเยาวชน
วาระที่ 6 สิทธิมนุษยชน ของชนเผ่าพื้นเมืองที่เกี่ยวข้อกับธุระกิจและองค์กรธุระกิจ
วาระที่ 7 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนกับสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง
วาระที่ 8 ติดตามผลการดำเนินงานภายใต้ปฎิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง
วาระที่ 9 ติดตามผลการศึกษาและข้อแนะนำ
วาระที่ 10 พัฒนาข้อเสนอเพื่อยื่นต่อข้าหลวงใหญ่สหประชาติด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อพิจารณาและอนุมัติ
วาระที่ 11 รับรองรายงาน
 
กระบวนการ
หัวข้อการประชุมตามที่กล่าวไปแล้วข้างต้น จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยแลกเปลี่ยน และเปิดโอกาสให้ผุ้เข้าร่วม สามารถเพิ่มเติมเนื้อหา หรือข้อเสนอแนะได้ โดยมีเวลาให้ประมาณ 3-5 นาที่/คน ซึ่งผู้ที่ประสงค์จะพูด จะต้องทำการลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้าอย่างน้อย 12 ชั่วโมง ก่อนถึงวาระการพูดคุย
 
ขณะเดียวกันก่อนวันเริ่มประชุมได้มีการประชุมเตรียมการของตัวแทนชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อระดมความเห็นและข้อเสนอต่อที่ประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 กรกฎาคม เป็นต้นไป
 
[วาระที่ 1] เปิดการประชุมโดยผู้อาวุโสชนเผ่าพื้นเมือง “…”ขอบคุณพระอาทิตย์ที่นำมาเราทุกคนมาที่นี่อย่างปลอดภัย ขอบ คุณล่วงหน้าที่จะพาเรากลับบ้านอย่างสวัสดิภาพ ขอดวงวิญญาณแห่งหมี พระแม่คงคา ลมเหนือ ช่วยเสริมพลัง ชี้ทาง และนาภาระกิจของเราให่ลุล่วงด้วยดี”
 
[วาระที่ 2] เลือกประธาน และผู้ดำเนินการประชุม
 
ประธานที่ได้รับเลือกได้แก่ บิโนตะ ดามอย (ภาษาอังกฤษ) และ อัลกา มันตูฟา (ภาษาสเปน) ผู้ที่ได้รับเลือก จะเป็นผู้ดำเนินการประชุมตลอดสัปดาห์การประชุม
 
[รายการที่ 3] วางยุทศาสตร์ต่อกลไกผู้เชี่ยวชาญพิเศษฯ และวัตถุประสงค์ของการประชุม เนื้อหาประกอบด้วย
 
-ทบทวนรายงานการประชุมชนเผ่าพื้นเมืองโลก
 
-วางแผนการเข้าพบผู้แทนถาวร รับบาลเม็กซิโก และกัวเตมาลา
 
-พูดคุยเกี่ยวกับกาส่งเสริมให้ชนเผ่าพื้นเมืองสามารถเข้าถึง และผลักดันให้กลไกต่างๆ ภายใต้ UN สามารถบังคับใช้ ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของชนเผ่าพื้นเมืองในแต่ละประเทศ
 
[วาระที่ 4:] แลกปเลี่ยนเพิ่มเติมประเด็น การส่งเสริมและปกป้องสิทธิ“ผู้พิการที่เป็นชนเผ่าพื้นเมือง”
 
ในส่วนของประเทศไทย ได้เพิ่มเติมว่า “EMRIP ควรจะมีมาตรการ หรือข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมต่อรัฐ นั้นๆ เช่นในประเทศไทย เด็กชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความเป็นพิการ ไม่สามรถเข้าถึงการศึกษา และบริการด้านสุขภาพของรัฐได้เลย และพ่อแม่ต้องรับภาระการเลี้ยงดูทั้งหมด เด็กส่วนใหญ่ถูกทิ้งไว้ในชุมชน แม้บางแห่งมีโรงเรียนอยู่ในชุมชน แต่เนื่องจากครู ขาดความรู้ ในการสอนและดูแลเด็กๆเหล่านี้ จึงทำให้เด็กไม่สามารถไปโรงเรียนได้
 
ข้อเสนอ
 
– จัดหาครูที่มีความรู้ด้านผู้พิการโดยตรง เข้าไปสอนและดูแลเด็กชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความพิการ
 
– จัดบริการด้านสาธารณะสุขเข้าไปในครอบครัวของเด็ก
 
ขอบคุณข้อมูลจาก “ฝ่ายงานฟื้นฟูการศึกษาและวัฒนธรรรมชนเผ่าพื้นเมือง สมาคมอิมเปค” ที่สะท้อนข้อเสนอมาจากประสบการณ์ที่ได้ทำงานในมุชนครับ
 
[วาระที่ 5] แลกเปลี่ยนการศึกษาและข้อเสนอเกนี่ยวกับสิทธิด้านสุขภาพของชนเผ่าพื้นเมือง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน
 
(ร่างรายงานสามารถหาอ่านได้ในเว็บไซต์ ของ EMRIP)
 
[วาระที่ 6] สิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในการเข้าถึงระบบเศรษฐกิจและองค์กรธุรกิจ
 
[วาระที่ 7] แผนการพัฒนาที่ยั่งยืนกับ สิทธิชนเผ่าพื้นเมือง
[วาระที่ 8] กรณีตัวอย่างการดำเนินงานที่ดีเลิศภายใต้ข้อกำหนด UNDRIP
 
[วาระที่ 9] ติดตามผลการดำเนินงานตามข้อแนะนำและการวิจัย
 
[วาระที่ 10] โครงการเพื่อเสนอต่อ HRC เพื่อรับการพิจารณาและอนุมัติ
เสนอประเด็นการคุ้มครองสิทธินักต่อสู้เพื่อสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองในทุกรูปแบบและทุกประเภท ทั้งกรณีที่เสียชีวิต สูญหาย หรือถูกคุกคาม ทั้งกรณีที่เป็นที่รับรู้ หรือกรณีที่ยังไม่เป็นที่รับรู้ของนานาชาติ ประเด็นนี้ควรจะเป็นหนึ่งเรื่องที่ EMRIP ต้องไปศึกษาค้นคว้า ในวาระต่อไป
 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here