วิพากษ์ การแก้ พ.ร.บ. ป่าไม้ฯ ในวงอาเซียน

0
470

ภาคประชาสังคม ทวงถามการมีส่วนร่วมในการแก้ไข พ.ร.บ. ป่าไม้ ในเวทีประชุมป่าไม้สังคมอาเซียน ครั้งที่ 7
ระหว่างวันที่ 12 – 14 มิถุนายน 2560 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางสมาชิกอาเซียนที่มาร่วมประชุมกันพร้อมหน้า

วานนี้ (12 มิถุนายน 2560) เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ร่วมกับองค์กรภาคีภาคประชาสังคมที่ติดตามเรื่องนี้ ได้อ่านแถลงการณ์แสดงความเห็นต่อนโยบายและแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของรัฐ ระหว่างเวทีประชุมคณะทำงานเพื่อป่าไม้สังคมอาเซียนครั้ง 7 ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไข พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ และ การออกกฎหมาย พ.ร.บ. ป่าชุมชน โดยมองว่าขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง

นายกิตติศักดิ์ รัตนกระจ่างศรี
เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย

นายกิตติศักดิ์  รัตนกระจ่างศรี ผู้แทนจากเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองได้อ่านแถลงการณ์ ใจความตอนหนึ่งว่า “พวกเรากังวลว่าตามที่รัฐบาลไทยมีนโยบายด้านการการจัดการทรัพยากรป่าไม้โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของประเทศให้ได้ร้อยละ ๔๐ ของพื้นที่ประเทศ โดยใช้คำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ เพื่อยึดพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกคืนจากนายทุน โดยจะไม่สร้างความเดือนร้อนให้กับชาวบ้านผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในป่า ตามคำสั่ง คสช. ที่ ๖๖/๒๕๕๗ แต่ในทางปฏิบัติชาวบ้านที่ยากจนที่อาศัยอยู่ในเขตป่ายังได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้อยู่ เช่น ชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในกลุ่มป่าแก่งกระจาน ที่ถูกจับและดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าของรัฐ ทั้ง ๆ ที่เป็นที่ทำกินที่ครอบครัวได้ใช้ประโยชน์มานานแล้ว นอกจากนี้บางชุมชนยังมีความเสี่ยงที่อาจถูกบังคับอพยพออกจากป่า เช่น บ้านป่าหมาก ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นต้น นอกจากนี้ในการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พรบ. ป่าสงวนแห่งชาติ และ การออกกฎหมาย พรบ. ป่าชุมชน ก็ไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์และจัดทำเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในเขตป่าอย่างทั่วถึงและเพียงพอ ทั้ง ๆ ที่นโยบายดังกล่าวมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนอย่างมาก”

ทั้งนี้ นายกิตติศักดิ์ ยังได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลไทย ผ่านเวทีป่าไม้เพื่อสังคมอาเซียนดังต่อไปนี้  (๑)นำเอาหลักการและแนวทางของป่าไม้เพื่อสังคม ที่ให้ชุมชนที่อาศัยอยู่ในและนอกเขตป่ามีส่วนร่วมในการดูแลและจัดการทรัพยากร มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในนโยบายที่มีผลกระทบต่อพวกเขา และยอมรับองค์ความรู้ ภูมิปัญญาพื้นบ้านของชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่นไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุง และจัดทำนโยบายและกฎหมายป่าไม้ที่เกี่ยวข้อง (๒) เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมและชนเผ่าพื้นเมือง มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในร่างแก้ไข พรบ. อุทยานแห่งชาติ ร่าง แก้ไข พรบ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ร่าง พรบ. ป่าชุมชน อย่างเต็มที่โดยขยายเวลาออกไป เพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการทำความเข้าใจ และสามารถแสดงความคิดเห็นต่อร่างดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสอดคล้องกับข้อบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ มาตรา. ๗๗ ที่ระบุว่า  “…ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์นั้นต่อประชาชน และนำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน…”

เวทีป่าไม้เพื่อสังคมในอาเซียน (ASEAN Social Forestry) เป็นการขับเคลื่อนกิจกรรมป่าไม้เพื่อสังคมโดยความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซียน และองค์กรพัฒนาเอกชนที่ติดตามเรื่องนี้ ภายใต้แนวคิดการพึ่งพากันระหว่างป่าไม้กับสังคมอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตามพบว่านโยบายและกิจกรรมส่วนใหญ่จะถูกออกแบบโดยภาครัฐเป็นหลัก และยังขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง  สำหรับประเทศไทย กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานหลักในกาติดตามเรื่องนี้

ดาวน์โหลดแถลงการณ์ฉบับเต็มจากลิงค์ด้านล่างนี้
แถลงการณ์ คชท

Statement of NIPT

Statement delivered at the AWG-SF7 Conference

Forests for Society

Our Customary land in Burma

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here