เชียงของ – ชุมชนท้องถิ่นอยู่ตรงไหน ของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ

0
65

“เราไม่ได้คัดค้านเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่จะเกิดขึ้นได้ ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบ และรับฟังเสียงของชาวบ้าน” ตัวแทนชุมชนที่จะได้รับผลกระทบจากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษกล่าวกับผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจากประเทศสมาชิกอาเซียน

ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 8 ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรและชุมชน ระหว่างวันที่  6-10 กันยายน 2561 ณ โรงแรมเชียงของ ทีค การ์เด้นท์ ริเวอร์ฟร้อนท์ ก่อนเริ่มการประชุมอย่างเป็นทางการ ผู้เข้าร่วมจากหลากหลายประเทศ เช่น เมียนมาร์  มาเลเซีย อินโดนีเซีย  ฟิลิปปินส์ เนปาล  และอินเดีย เป็นต้น ได้มีโอกาสรับฟังสถานการณ์และความกังวลของชุมชนท้องถิ่นต่อแผนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และผลกระทบจากการสร้างเขื่อนต่าง ๆ ในลำน้ำโขง

บ้านบุญเรือง ตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ เป็นหนึ่งในชุมชนลุ่มน้ำอิงที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าบุญเรือง ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและมีความสำคัญต่อระบบนิเวศบริเวณนี้เป็นอย่างมาก เพราะด้วยขนาดพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์กว่า 3,000 ไร่  เป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนได้กว่าปีละหลายแสนตัน หรือเทียบเท่ากับการดูดซับก๊าซคาร์บอนจากรถยนต์ประมาณ 1,500,000 คันต่อปี   นอกจากนี้ความพิเศษของบ้านบุญเรืองคือมีหนองน้ำธรรมชาติมากกว่าสี่สิบแห่งเป็นแหล่งขยายพันธุ์ของปลาแม่น้ำโขง  โดยทุก ๆ ปีเมื่อถึงฤดูวางไข่ ปลาชนิดต่าง ๆ จะว่ายทวนน้ำขึ้นมาตามลำน้ำอิง แล้วกระจายกันวางไข่ตามแหล่งน้ำในพื้นที่ป่าบุญเรือง ดังนั้น การกำหนดให้พื้นที่แห่งนี้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของลำน้ำโขงอย่างแน่นอน แต่ปัญหานี้สามารถหลักเลี่ยงได้หากภาครัฐเปิดโอกาสให้ชาวบ้านในพื้นที่มีส่วนร่วมในการออกแบบกระบวนการพัฒนาพื้นที่

ป่าบุญเรือง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ มีแหล่งน้ำสำหรับการขยายพันธุ์ปลาแม่น้ำโขง

สภาประชาชนลุ่มน้ำอิง คือพลังเสียงของประชาชนในพื้นที่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเรียกร้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการคิด จัดการ วางแผน เพื่อทำให้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติลุ่มน้ำอิงสร้างผลประโยชน์แก่คนท้องถิ่นอย่างแท้จริง ที่ผ่านมาได้นำเสนอยุทธศาสตร์การจัดการลุ่มน้ำอิงโดยภาคประชาสังคมต่อรัฐบาล ซึ่งหากยุทธศาสตร์นี้ได้รับการยอมรับ จะทำให้การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงของสอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมชองชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนอย่างเป็นธรรม และจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

อีกแห่งหนึ่ง เป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในลำน้ำโขง คือบ้านห้วยลึก อำเภอเวียงแก่น อยู่ติดกับริมน้ำโขง ตลอดริมฝั่งโขงประมาณหกกิโลเมตร เคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญจากการประมงและปลูกพืชริมฝั่ง แต่ภายหลังจากมีการสร้างเขื่อนที่ต้นน้ำแม่น้ำโขง และการปล่อยน้ำจากเขื่อนโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้พืชผลของชาวบ้านเสียหาย และบางครั้งน้ำท่วมสูงถึงเขตที่อยู่อาศัย ชาวบ้านต้องขนของหนีน้ำกันช่วงกลางคืน

นายทองสุข  อินทะวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยลึก กล่าวว่า  “สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดคือปัญหาครอบครัว เพราะพ่อแม่ต้องออกไปทำงานรับจ้างในเมือง ฝากลูกหลานไว้กับตายาย  เนื่องจากอยู่ที่นี่ไม่มีรายได้แล้ว เมื่อก่อนฤดูแล้งพวกเราก็จะลงไปปลูกพืชริมฝั่ง แต่ก็ถูกน้ำท่วมกะทันหัน เพราะการปล่อยน้ำจากเขื่อนในประเทศจีนที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า  อีกอย่างคืออาชีพประมง เมื่อก่อนชาวบ้านหาปลาในลำน้ำโขงได้ แต่พอมีการระเบิดแก่งเพื่อเดินเรือพานิชย์ ปลาก็หายไปด้วย อาชีพประมงจึงไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวต่อไป ก็ต้องออกไปทำงาน ใช้แรงงานในเมือง ในกรุงเทพ”

สมเกียรติ  เขื่อนเชียงสา ผู้ประสานงานสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าว่า “จากการสำรวจจำนวนเรือประมงพื้นบ้านตามริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดแนวชายแดนของประเทศไทย แต่เดิมที่มีเรือประมงกว่าหนึ่งพันลำ ตอนนี้เหลือเพียงแค่สามร้อยกว่าลำเท่านั้น”

แม่น้ำโขงมีความยาวกว่า 4 พันกิโลเมตร อำเภอเชียงของอยู่กึ่งกลางระหว่างต้นน้ำกับปลายน้ำ นอกจากเขื่อนในประเทศจีนแล้ว การสร้างเขื่อนในประเทศเพื่อนบ้านในลำน้ำโขงตอนล่างก็จะส่งผลกระทบด้วย โดยเฉพาะแก่งผาไดที่อยู่ห่างจากจุดก่อสร้างเขื่อนปากแบ่งในประเทศลาวเพียง 92 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าหากการก่อสร้างแล้วเสร็จ ปริมาณน้ำหนุนขึ้นสูงจนอาจทำให้พื้นที่บางส่วนของชุมชนจมอยู่ใต้น้ำได้

เขตเศรษฐกิจพิเศษ แม้ว่าจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศ ในแง่ของรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีผลเสียที่ยิ่งใหญ่ เพราะมีการสูญเสียวิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติ นั่นคือการสูญเสียรากเหง้าแห่งชีวิต หลายฝ่ายจึงเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยกันพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here