กิจกรรมพาทัวร์เพื่อดูเมนูอาหารชนเผ่า และดูแหล่งที่มาของวัตถุดิบในการทำอาหาร ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สมาคมสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนชาติพันธุ์ (สสช.) ได้ร่วมจัดกับสมาคม IMPECT, มูลนิธิ AIPP, WISE, UHDP, IPF, สสส. และ Land Rights Now ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นการรณรงค์ร่วมกับระดับนานาชาติว่าด้วยวาระเร่งด่วนเรื่องสิทธิที่ดิน (Land Rights Now) และร่วมเฉลิมฉลองวันอาหารโลก ระหว่างวันที่ 16 – 23 ตุลาคม 2561 เพื่อแสดงให้เห็นว่าอาหาร เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน และชุมชนจะมีความมั่นคงทางอาหารได้ ก็ต่อเมื่อชุมชนจะต้องได้การรับรองสิทธิในที่ดินของตนเองและมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการทรัพยากรของตนเอง 

ณ สวนฉันกับเธอ.

ณ สวนฉันกับเธอ

สุพจน์ หลี่จา นายกสมาคมสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนชาติพันธุ์ (สสช.) กล่าวว่า ที่ดินสำหรับชนเผ่าพื้นเมืองแล้วไม่ได้หมายถึงที่ดินสำหรับการเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติในป่าด้วย  ฉะนั้นที่ดินมีความสำคัญอย่างยิ่งกับชนเผ่าพื้นเมือง ที่ดินเป็นแหล่งอาหาร แหล่งยาสมุนไพร แหล่งน้ำ หากเราไม่สามารถเข้าถึงหรือมีสิทธิในที่ดินได้ นั้นหมายถึงเราไม่มีความมั่นคงทางอาหารและแหล่งน้ำ ชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองมีวิถีชีวิตผูกพันอย่างแนบแน่นกับที่ดินและผืนป่า  วิถีชีวิตของชนเผ่าที่เรียบง่าย และความเชื่อที่ว่ากินจากป่าต้องดูแลป่า ดื่มจากน้ำต้องรักษาแหล่งน้ำ ที่ทำให้เห็นแนวคิดและการอยู่กับธรรมชาติอย่างเกื้อกูลกัน

ผลโกโก้ออกแล้ว ณ สวนฉันกับเธอ
การทำอาหารของพี่น้องเผ่าลีซู
กินข้าวกัน ณ สวนฉันกับเธอ

สุพจน์ หลี่จา ยังกล่าวอีกว่า ความมั่นคงทางอาหาร คือมีปริมาณอาหารเพื่อการบริโภคที่เพียงพอ มีความหลากหลาย  และอาหารเหล่านั้นมีคุณภาพ อาหารที่มีคุณภาพก็คืออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และมีความปลอดภัย ไม่มีสารเคมีนั่นเอง มากไปกว่านั้นสมาชิกในชุมชนสามารถที่จะเข้าถึงอาหารได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ในขณะเดียวกันจะมีความมั่นคงทางอาหารได้ก็ต่อเมื่อมีความมั่นคงหรือมีสิทธิในที่ดินของตนเอง และยังรวมถึงการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า และความหลากหลายทางชีวภาพอีกด้วย

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here