#อย่ามัวแต่ชี้นิ้ว!!โทษใครๆ และสั่งว่าต้องจัดการไฟป่าให้ได้..ถ้าไม่ได้ผู้นำต้องถูกไล่ออก..ฯลฯ นี่แสดงว่าไม่เข้าใจการแก้ปัญหาอย่างแรง..ผมเองก็เคยไปดับไฟป่าที่ลุกไหม้อย่างแรง..ก็ทำหน้าที่ปกป้องป่าเพื่อคนทั้งโลกมาแล้วเหมือนกับคนอื่นๆ..ได้ไปลงพื้นที่แห่งความสูญเสียและเห็นจากการดับไฟของจิตอาสาจากทั่วทุกพื้นที่นั้น..วันนี้เราต้องมีการปรับปรุงแผนขนานใหญ่กันเสียทีนะ แต่ละหน่วยอย่าทำเป็นจงอางหวงไข่..เริ่มกันเลยสิ่งแรกคือ 1.ต้องให้ชุมชนเจ้าของพื้นร่วมบริหารจัดการตั้งแต่ งบประมาณ จนถึงบุคคลากรด้วย ไม่ใช่ให้รับคำสั่งอย่างเดียว..2.จัดสรรวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือที่ปลอดภัย เช่นเสื้อผ้ากันไฟ..หมวก รองเท้า เดินป่า..(ถังน้ำไม้ตบสำหรับพื้นที่ลาดชัน คงไม่จำเป็นแล้ว)..3. การสร้างสำนึกและความรับผิดชอบร่วมของคนในสังคมอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมไม่ผลักภาระให้แก่ใคร 4. ออกแบบมาตรการส่งเสริมการมีส่วนร่วม คนต้องอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน 5.ส่งเสริมระบบเกษตรยั่งยืน พัฒนาระบบน้ำ ชลประทาน ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวลง 6.ออกแบบการเผา ชิงเผา ทั้งป่าและพื้นที่การเกษตรอย่างเป็นระบบทั้งปีเน้นทั้งปีนะ 7.พัฒนาศักยภาพหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พร้อมทั้งคน อุปกรณ์ ยานพาหนะที่จำเป็นให้ทันท่วงทีต่อการแก้ปัญหาช่วยเหลือ.8.เลิกการตรีตราชุมชนด้วยเหตุไฟป่าเถอะ..เพราะชุมชุมเขารู้อยู่แล้วเครียดพอแล้ว.. #กล้ากันไหมละ ลองดูสักตั้งไหม อย่ามัวแต่ชี้นิ้วโทษใคร…ลองไปดับไฟสักครั้งดูสิครับ….จะรู้ว่าการมีชีวิตและความตายนั้นใกล้กันมากครับ..(อาจจะมีแนวทางอื่นๆอีกมากครับจากพื้นที่ต่างๆ แต่มากกว่าชี้นิ้วแน่นอน…#ขอบคุณภาพจากสื่อออนไลท์ต่างๆครับ
สุพจน์ หลี่จา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here