บทความล่าสุด

ขอเชิญร่วมงาน “มีดีมาโชว์” TOGETHER WE CAN งานสมัชชาเด็กและเยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง

ขอเชิญร่วมงาน ------------------ "มีดีมาโชว์" TOGETHER WE CAN งานสมัชชาเด็กและเยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง วันที่ 4-6 พฤษภาคม 2559 ณ ห้องประชุมวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ภายในงานพบกับ --------------------- 1.การนำเสนอความภาคภูมิใจทางศิลปวัฒนธรรมของแต่ละชนเผ่าผ่านช่วง มีดีมาโชว์ 2.ฐานการเรียนรู้อันหลากหลายของชนเผ่าพื้นเมือง ผ่านตลาดนัดมีดี 3.ระดมความคิดเห็นของเยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองต่อทิศทางการขับเคลื่อนสภาเด็กและเยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองผ่านเวที ไปดีกันต่อ ซุ้มนิทรรศการ เรียนรู้ตลอดงาน เช่น ------------------------------------- 1.สภาชนเผ่าพื้นเมือง : ให้ความรู้ รับยื่นข้อเสนอ 2.คลีนิคสถานะบุคคล : ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะแนวทาง 3.โอกาสทางการศึกษา: แนะแนวการศึกษาของราชภัฏ วิทยาลัยชุมชน) เนื้อหา ข้อมูลการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย การศึกษานอกโรงเรียน วิทยาลัยชุมชน การศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ของโพธิวิชชาลัย ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่องทุนการศึกษา คุณสมบัติของผู้เรียน...

เมล็ดพันธุ์พูดได้

เมล็ดพันธุ์พูดได้ เป็นการการสื่อสารเรื่องราวจากชุมชนผ่านเมล็ดพันธุ์พืชพื้นบ้าน ในงานสมัชชาความมั่นคงทางอาหารชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย จัดขึ้นที่สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 10 – 11 มิถุนายน 2562 มีกลุ่มชาติพันธุ์กว่า 21 กลุ่มนำเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านของตนเองมาจัดแสดง พร้อมทั้งบอกเล่าองค์ความรู้ดั้งเดิมในการใช้ประโยชน์พืชแต่ละชนิด ทั้งนำมาประกอบอาหาร ใช้เป็นพืชสมุนไพรและพืชบางชนิดใช้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อได้ด้วย การสาธิตอาหารพื้นบ้านมีหลากหลายเมนูที่น่าสนใจ เช่น “ลาบพริก” ชนเผ่าบีซู จากจังหวัดเชียงราย เป็นการทำอาหารจากวัตถุดิบมีรสชาติเผ็ดร้อน เช่น พริกสด ตะไตร้ ใบชะพลู และหัวปลีกล้วยป่า เป็นต้น ส่วนชนเผ่า “ญัฮกุร” จากจังหวัดชัยภูมิ ก็นำเมนู “เมี่ยง” ที่มีส่วนประกอบจากผักพื้นบ้านมานำเสนอ การจัดงานครั้งนี้ หวังให้ชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ได้สำรวจดูสถานะของพันธุ์พืชดั้งเดิมว่าเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด...

กิจกรรมร่วมรำลึก 2 ปี แห่งการจากไปของนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่

ช่วงค่ำๆ ของวันที่ 1 มิถุนายน ที่วิทยาลัยโพธิวิชชาลัยแม่สอด มศว ตาก เครือข่ายเด็กและเยาวชนต้นกล้าชนเผ่าพื้นเมืองจังหวัดตาก ได้ร่วมรำลึก 2 ปี แห่งการจากไปของนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนลาหู่ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญ ที่ด่านตรวจรินหลวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดย ผศ.ดร.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ ได้เล่าประวัติและเปิดวีดีทัคน์ ให้กับผู้เข้าร่วมค่ายเครือข่ายเด็กและเยาวชนต้นกล้าชนเผ่าพื้นเมืองจังหวัดตาก ได้รับชมและรับฟังกัน พร้อมร่วมกันยืนร้องเพลงต้นกล้าชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อรำลึกถึงการจากไปของนายชัยภูมิ ป่าแส อีกด้วย

นอภ. แม่ฟ้าหลวงพร้อมคณะ มอบเงินช่วยเหลือหนุ่มอาสาดับไฟป่า พร้อมเปิดบัญชีธนาคารให้

วันนี้ 8 พฤษภาคม 2562 ว่าที่ ร.ต.กรกฏ ประเสริฐวงษ์ นายอำเภอแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยนางดวงจิตต์ ปรัชญ์สกุล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย นางกิตติธารา ประเสริฐวงษ์ นายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่ฟ้าหลวงและคณะนำเงินบริจาคไปมอบให้นายอาล่อง คาละ หนุ่มจิตอาสาดับไฟป่าที่ประสบอุบัติเหตุไฟลวกขณะปฏิบัติหน้าที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  พร้อมเปิดบัญชีธนาคารให้เนื่องจากมีผู้ติดต่อสอบถามช่องทางการบริจาคเงินช่วยเหลือเข้ามาจำนวนมาก อ่านข่าวก่อนหน้านี้:  หนุ่มจิตอาสาเชียงรายถูกไฟป่าลวกมือ – ใบหน้า กังวลค่ารักษา เหตุยังไม่ได้รับสัญชาติไทย นางกิตติธารา ประเสริฐวงษ์ นายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่ฟ้าหลวง ให้ข้อมูลกับทีมข่าว IMN ว่า “เมื่อช่วงเช้าของวันนี้นายอำเภอแม่ฟ้าหลวงพร้อมด้วยคณะได้เดินทางไปเยี่ยมอาการของนายอาล่อง พร้อมทั้งนำเงินที่มีผู้บริจาคมามอบให้ นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการช่วยเหลือในการเปิดบัญชีธนาคารให้เป็นชื่อของคนไข้เองด้วย ส่วนอาการล่าสุดวันนี้ คนไข้มีกำลังใจดี พูดจาสื่อสารได้คล่องแคล่ว แต่แพทย์ยังให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อ เจ้าตัวยืนยันจะช่วยงานดับไฟป่าและกิจกรรมอื่น ๆ...

หนุ่มจิตอาสาเชียงรายถูกไฟป่าลวกมือ – ใบหน้า กังวลค่ารักษา เหตุยังไม่ได้รับสัญชาติไทย

เชียงราย -  อาสาดับไฟป่าถูกไฟลวกมือ ใบหน้า พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง ญาติกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล เหตุยังไม่ได้รับสัญชาติไทย ขณะที่หลายพื้นที่ชาวบ้านยังเฝ้าระวังและดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง จำรัส จะซือโป หนึ่งในชาวบ้านที่ร่วมดับไฟให้ข้อมูลกับทีมข่าว IMN ว่า อาสาสมัครที่ได้รับบาดเจ็บชื่อนายอาหล่อง คาละ อายุ 25 เป็นชนเผ่าอาข่า  อาศัยอยู่กับพี่สาว ประสบอุบัติเหตุไฟลวกมือทั้งสองข้างและใบหน้า ขณะที่ร่วมกับชาวบ้านอีกกว่า 200 คนเข้าดับไฟป่าเมื่อเวลาประมาณ 11 นาฬิกา ของวันที่ 6 พฤษภาคม 62 เหตุไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นที่บ้านพญาไพรเล่าหม่า ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ทำให้ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงอีกสามหมู่บ้านต้องระดมกำลังช่วยกันระงับไฟป่าที่เกิดขึ้น  ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บครั้งนี้กำลังรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง แต่เนื่องด้วยเป็นผู้ถือบัตรหมายเลขศูนย์...

จุดฮอทปอตพุ่งสูง ชาวบ้านระดมดับไฟกลางดึก วอนเจ้าของสวนทำแนวกันไฟด้วย

หลังสิ้นสุดกำหนดระยะเวลาห้ามเผา พบว่าหลายพื้นที่มีจุดความร้อนพุ่งสูงขึ้นทันที ชาวบ้านหลายพื้นที่ต้องระดมกำลังดับไฟป่ากันกลางดึก พบบางแห่งมีคนมักง่าย ไม่ทำแนวกันไฟ หวิดไหม้ที่สวนใกล้เคียง นางหน่อแอริ ทุ่งเมืองทอง ผู้ใหญ่บ้านห้วยอีค่าง หมู่ที่ 1 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว IMN ว่าช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้สุสานของชุมชน จึงต้องเร่งระดมกำลังชาวบ้านช่วยกันดับไฟ ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงสามารถควมคุมเพลิงได้ “นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ปีนี้พี่น้องกะเหรี่ยงบ้านห้วยอีกค่างระดมกำลังกันไปดับไฟแล้ว 3 ครั้ง สองครั้งก่อนหน้านั้นมีคน มาแอบจุดไฟเผาขยะ ทำให้ไฟไหม้ลามเข้าป่า ต้องระดมกำลังชาวบ้านกว่า 80 คนช่วยกันดับ เพราะถ้ามัวแต่รอรถดับเพลิงจาก...

เครือข่ายชนเผ่าฯ วอนอย่าเหมารวม – ตีตรา หลังสื่อดังโบ้ยชาวเขาเผาป่า

เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย กว่า 38 กลุ่มชาติพันธุ์ เดินทางไปยังสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ศูนย์ข่าวภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ เพื่ออ่านคำแถลงการณ์ต่อกรณีพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งว่า “เชียงใหม่อ่วมอีก ชาวเขาแห่เผาป่า รอเพาะปลูกฤดูฝน” วอนสื่อหยุดนำเสนอข่าวเหมารวม หวั่นสร้างความแตกแยกในสังคม คนดูแลป่าเสียกำลังใจ พร้อมยืนยันชาวบ้านให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายในการดูแลจัดการทรัพยากรธรรมชาติด้วยดีตลอดมา ด้านหัวหน้าศูนย์ข่าวขออภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น และจะระมัดระวังการนำเสนอข่าวในอนาคต วันนี้ 2 พฤษภาคม 2562 เวลาประมาณ 10.00 น. ที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ศูนย์ข่าวภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีกลุ่มประชาชนในนามเครือข่ายชนผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) ซึ่งมีสมาชิกกว่า 38 กลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมด้วยองค์กรภาคีเครือข่ายจำนวนหนึ่ง ได้ยื่นหนังสือต่อหัวหน้าศูนย์ข่าวฯ เพื่อขอให้แสดงความรับผิดชอบต่อกรณีมีการพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่...

#อย่ามัวแต่ชี้นิ้ว!!โทษใครๆ และสั่งว่าต้องจัดการไฟป่าให้ได้

#อย่ามัวแต่ชี้นิ้ว!!โทษใครๆ และสั่งว่าต้องจัดการไฟป่าให้ได้..ถ้าไม่ได้ผู้นำต้องถูกไล่ออก..ฯลฯ นี่แสดงว่าไม่เข้าใจการแก้ปัญหาอย่างแรง..ผมเองก็เคยไปดับไฟป่าที่ลุกไหม้อย่างแรง..ก็ทำหน้าที่ปกป้องป่าเพื่อคนทั้งโลกมาแล้วเหมือนกับคนอื่นๆ..ได้ไปลงพื้นที่แห่งความสูญเสียและเห็นจากการดับไฟของจิตอาสาจากทั่วทุกพื้นที่นั้น..วันนี้เราต้องมีการปรับปรุงแผนขนานใหญ่กันเสียทีนะ แต่ละหน่วยอย่าทำเป็นจงอางหวงไข่..เริ่มกันเลยสิ่งแรกคือ 1.ต้องให้ชุมชนเจ้าของพื้นร่วมบริหารจัดการตั้งแต่ งบประมาณ จนถึงบุคคลากรด้วย ไม่ใช่ให้รับคำสั่งอย่างเดียว..2.จัดสรรวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือที่ปลอดภัย เช่นเสื้อผ้ากันไฟ..หมวก รองเท้า เดินป่า..(ถังน้ำไม้ตบสำหรับพื้นที่ลาดชัน คงไม่จำเป็นแล้ว)..3. การสร้างสำนึกและความรับผิดชอบร่วมของคนในสังคมอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมไม่ผลักภาระให้แก่ใคร 4. ออกแบบมาตรการส่งเสริมการมีส่วนร่วม คนต้องอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน 5.ส่งเสริมระบบเกษตรยั่งยืน พัฒนาระบบน้ำ ชลประทาน ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวลง 6.ออกแบบการเผา ชิงเผา ทั้งป่าและพื้นที่การเกษตรอย่างเป็นระบบทั้งปีเน้นทั้งปีนะ 7.พัฒนาศักยภาพหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พร้อมทั้งคน อุปกรณ์ ยานพาหนะที่จำเป็นให้ทันท่วงทีต่อการแก้ปัญหาช่วยเหลือ.8.เลิกการตรีตราชุมชนด้วยเหตุไฟป่าเถอะ..เพราะชุมชุมเขารู้อยู่แล้วเครียดพอแล้ว.. #กล้ากันไหมละ ลองดูสักตั้งไหม อย่ามัวแต่ชี้นิ้วโทษใคร...ลองไปดับไฟสักครั้งดูสิครับ....จะรู้ว่าการมีชีวิตและความตายนั้นใกล้กันมากครับ..(อาจจะมีแนวทางอื่นๆอีกมากครับจากพื้นที่ต่างๆ แต่มากกว่าชี้นิ้วแน่นอน...#ขอบคุณภาพจากสื่อออนไลท์ต่างๆครับ สุพจน์ หลี่จา

ลีซูไทยกับการมีส่วนร่วมกับงานสืบสานวิถีวัฒนธรรมลีซูและการพัฒนาที่ยั่งยืนในเวทีนานาชาติ

เรื่องราวที่ทุกท่านกำลังอ่านอยู่นี้ เป็นเรื่องราวที่ผมกล่าวอ้างจากประสบการณ์ตรงที่ได้เข้าไปร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ด้วยตนเองในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นข้อมูลทางวิชาการจากแหล่งใด ๆ  ดังนั้นเนื้อหาจึงไม่อาจนำไปกล่าวอ้างอิงเป็นข้อมูลเชิงวิชาการได้ การร่วมกิจกรรมเพื่อสานความสัมพันธ์ของชาวลีซูในระดับนานาชาตินั้น ก่อเกิดขึ้นอยู่เสมอ ๆ ทั้งนี้จากการเปิดประเทศและความเจริญทางด้านการคมนาคมและเทคโนโลยีทางการสื่อสารต่าง ๆ  นั้น สามารถสร้างการรับรู้และเรียนรู้ได้อย่างก้าวไกล จนก่อให้เกิดการโหยหาการสืบค้นรากเหง้าความเป็นชาติพันธุ์ของตัวเองสำหรับชาวลีซูจากจีน เมียนมา และไทย สำหรับการเข้าร่วมการประชุมและงานลีซูนานาชาติของแกนนำลีซูไทยนั้น ได้ก่อตัวขึ้นจากการเริ่มต้นของ อาจารย์เจริญ  สินลี้ และผู้นำลีซูอีกหลาย ๆ  ท่าน ซึ่งเป็นแกนนำในการประสานงานและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างลีซู ประเทศต่าง ๆ ทั้งจากประเทศจีน  เมียนมา และอื่น ๆ  ที่มีพี่น้องชาวลีซูอาศัยอยู่ ต่อมายังได้มีการประสานผ่านและส่งต่อมายังแกนนำลีซูท่านอื่น ๆ  ตามประเด็นงาน  เช่น   คุณอรอนงค์...

ชาวเลไม่ทิ้งกัน

ชาวมอแกนเกาะเหลา จังหวัดระนอง ระดมเงินให้ความช่วยเหลือญาติพี่น้องที่เกาะสุรินทร์ หลังประสบเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนเสียหายกว่าห้าสิบหลัง เนาวนิตย์ แจ่มพิศ ผู้ประสานงานชุมชนมอแกนเกาะเหลา จังหวัดระนอง ได้โพสต์ภาพถ่ายของชาวมอแกนเกาะเหลา เพื่อร่วมส่งกำลังใจให้กับญาติพี่น้อง เกาะสุรินทร์ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ที่ประสบเหตุไฟไหม้บ้านเรือนเสียหายเกือบทั้งชุมชน เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกันระดมเงินช่วยเหลือได้กว่าแปดพันบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับการหารายได้รายวันจากการออกเรือจับสัตว์ทะเล ส่วนการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ได้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนเข้าไปให้เยียวยา จัดหาเสบียง และข้าวของเครื่องใช้จำเป็นบ้างแล้ว ในขณะที่เครือญาติชาวเลได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องมอแกน” เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องที่จะเดินทางไปท่าเรือ และจัดทีมเยาวชนมอแกน – มอแกลนลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อออกแบบและวางแผนมาตรการการเยียวยาในระยะถัดไป ขณะนี้สิ่งของจำเป็นที่ขอรับบริจาค คือ  เสื้อผ้า เต๊นท์ ผ้าห่ม มุ้ง...

ชาวเลเศร้า สิ้นลุงสิดิษ วัย 72 ปี

ชาวเลและชนเผ่าพื้นเมืองทางภาคใต้ ร่วมแสดงความอาลัยหลังทราบข่าวการเสียชีวิตของลุงสิดิษ ประมงกิจ ผู้อาวุโสมอแกน แห่งเกาะเหลาในวัย 72 ปี ด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก นายสิดิษ ประมงกิจ หรือที่ลูกหลานชาวมอแกนรู้จักกันในนาม ลุงสิดิษได้จากไปอย่างสงบเมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 มกราคม 2562 ที่โรงพยาบาลระนอง หลังเข้ารับการรักษาตัวฉุกเฉินเนื่องจากมีอาการหมดสติเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ทราบภายหลังว่าสาเหตุมาจากเส้นเลือดในสมองแตก ลุงสิดิษ เป็นผู้อาวุโสมอแกน แห่งเกาะเหลาจังหวัดระนอง ช่วงชีวิตของลุงได้ผ่านร้อนผ่านหนาวและผ่านการต่อสู้มากมาย มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ดั้งเดิมของชนเผ่ามอแกน และยังเป็นหนึ่งในแกนนำต่อสู้เรียกร้องสิทธิต่าง ๆให้กับลูกหลาน โดยเฉพาะสิทธิในสัญชาติ และรณรงค์ให้เกิดความเท่าเทียมกัน คุณงามความดีของลุงสิดิษ เป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายทั้งในแวดวงของหน่วยงานราชการ นักวิชาการและหน่วยงานภาคประชาสังคม จนได้รับมอบรางวัลเชิดชูเกียรติจากหลายหน่วยงาน อาทิ รางวัลเชิดชูบุคคลดีเด่นอุทิศตนเพื่อผู้ด้อยโอกาส จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่...