ยกหลักอนุรักษ์ IUCN แจง หากชาวบางกลอยคืนถิ่น กระทบสัตว์ป่า – ความมั่นคง

0
123

คณบดีคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่อนหนังสือถึงนายกตู่ ยกหลักการสากลด้านการอนุรักษ์  IUCN ร่ายยาวเหตุผลหากยอมให้ชาวบ้านใจแผ่นดินกลับถิ่นเกิด อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าและความมั่นคงชายแดน

15 มีนาคม 2564 IMN ได้รับสำเนาจดหมายจากแหล่งข่าว เป็นเอกสารความยาวสี่หน้ากระดาษ ลงนามโดยผู้ช่วยศาสตรจารย์กอบศักดิ์ วันธงไชย คณะบดีคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอหลักการในการพิจารณาแก้ไขปัญหาชาวบ้านบางกลอย

เนื้อหาจดหมายอ้างถึงหลักการสากลในการอนุกรักษ์ขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ หรือ IUCN พร้อมทั้งเสนอให้นายกพิจารณาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยึดหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9  “เข้าใจ – เข้าถึง – พัฒนา” และใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินในเขตป่าอนุรักษ์ตามมาตรา 64, 65 แห่ง พรบ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และเรียกร้องให้การแก้ไขปัญหาตั้งอยู่บนหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมและให้หน่วยงานรัฐ กระทรวงที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน

อย่างไรก็ตามคณะวนศาสตร์ก็แสดงความกังวลอยู่หลายประการหากชาวบ้านกลับไปตั้งถิ่นฐานที่บ้านใจแผ่นดิน เช่น อาจกระทบต่อหลักการดูแลพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ เช่น สมเสร็จ เก้งหม้อ แมวลายหินอ่อน เลียงผาและจรเข้น้ำจืด

นอกจากความกังวลด้านผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าแล้ว คณะวนศาสตร์ ยังระบุว่าเป็นการเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่สู้รบระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กับตำรวจตระเวนชายแดนในอดีต การสู้รบของทางพม่าและกองกำลัง KNU ในจดหมายระบุว่าบรรดาอาวุธ เครื่องกระสุนยังคงมีอยู่ในพื้นที่ชายแดนด้วย ทั้งนี้คณะทางคณะฯ พร้อมสนับสนุนบุคคากรเพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาในพื้นที่

IUCN เขียนชัด “ชนเผ่าพื้นเมืองอยู่กับป่าได้”

หลังจากได้รับทราบข้อมูลแล้ว IMN ได้เข้าไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของ IUCN พบว่านอกจากแนวปฏิบัติในการอนุรักษ์แล้ว ยังมีนโยบายด้านชนเผ่าพื้นเมืองเมืองด้วย ในเว็บไซต์ระบุว่า

“ชนเผ่าพื้นเมืองเป็นผู้สร้างสรรค์ความหลากหลายให้แก่โลกและมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการอนุรักษ์พื้นดิน ท้องทะเล และทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ

การจัดการทรัพยากรแบบเคารพกับวิถีธรรมชาติของชนเผ่าพื้นเมืองคือการสร้างความกลมเกลียวระหว่างเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและจิตวิญญาณ ภูมิปัญญาของพวกเขามีคุณอนันต์ต่อความหลากหลายทางชีวภาพและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน”

ในเว็บไซต์ยังระบุอีกว่า IUCN มีประวัติศาสตร์ในการทำงานร่วมกับชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองมาอย่างยาวนาน ทั้งการเรียกร้องให้ยอมรับสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองในระดับนโยบายและส่งเสริมกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ในระดับพื้นที่ ในปี 2008 IUCN ได้รับรองหลักการในปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ( United Nations Declaration on the Rights of Indigenous Peoples (UNDRIP) มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานขององค์กรด้วย

ต่อมาในสมัยการประชุมสมาชิกจากทั่วโลกเมื่อปี 2016 IUCN มีมติสำคัญให้กำหนดหมวดสมาชิกขึ้นมาใหม่ คือสมาชิกที่เป็นองค์กรชนเผ่าพื้นเมือง (Indigenous Peoples Organizations – IPOs membership) โดยเปิดโอกาสให้องค์กรสมาชิกในสัดส่วนชนเผ่าพื้นเมืองได้กำหนดยุทธศาสตร์เชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การมีส่วนร่วมของชนเผ่าพื้นเมืองในระบบธรรมภิบาลของ IUCN ส่งเสริมการยอมรับสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในด้านที่ดินและเขตแดน สิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรทางธรรมชาติและดำรงวิถีชีวิตบนฐานวัฒนธรรมของตนเอง เป็นต้น 

ที่มา: IUCN’s governance and rights https://www.iucn.org/theme/governance-and-rights/our-work/indigenous-peoples

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here