
“…อยากสื่อให้สังคมเปลี่ยนภาพจำที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ และมองเห็นว่าพวกเรากลุ่มชาติพันธุ์ก็มีสิทธิ มีเสียง มีความเท่าเทียมเท่ากับคนไทยทั่วไป…”
ในวันที่ 8 มีนาคมของทุกๆปี ทั่วโลกถือว่าวันดังกล่าวเป็น “วันสตรีสากล” (International Women’s Day) ซึ่งเดิมทีเรียกว่า “วันสตรีแรงงานสากล” (International Working Women’s Day) โดยเป็นวันที่ทั่วโลกเฉลิมฉลองและเป็นวันที่เรียกร้องสิทธิของสตรี เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของ “ผู้หญิง” ยุคใหม่ และเพื่อความสำเร็จของผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ ด้านสังคม และวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ซึ่งนำไปสู่การขับเคลื่อนให้เกิดความเสมอภาคทางเพศและความเสมอภาคทางสังคม
ปัจจุบันมีสตรีมากมายที่ออกมาขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเช่นเดียวกับน้องมุก ที่มีดีกรีระดับนางงามเจ้าของตำแหน่งชนะเลิศเวทีประกวด “ธิดาดอยเชียงใหม่ ประจำปี 2565” ที่ผ่านมา และได้เป็นตัวแทนในการขับเคลื่อนการสานต่อด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์
น้องมุกหรือนางสาววรางคณา ระวังงาน อายุ 20 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปีที่ 3 น้องมุกได้เล่าว่า “มุกเป็นลูกครึ่ง พ่อเป็นคนไทย แม่เป็นคนกะเหรี่ยง (ปกาเกอญอ) อยู่ที่อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งปัจจุบันได้ย้ายมาอยู่ที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยเหตุผลที่มุกเลือกเรียนคณะแพทย์นั้นเพราะอยากเป็นแพทย์ชนบท โดยเมื่อเรียนจบแล้วอยากกลับไปช่วยงานที่บ้านเกิดของตนเอง”
น้องมุกเล่าว่า หลังจากที่ได้รับตำแหน่ง …รู้สึกกดดันนิดหนึ่งเพราะต้องเรียนหนักแต่อย่างไรก็ตามน้องมุกก็จะจัดสรรและแบ่งเวลาให้เหมาะสมและช่วยประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิถีประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งไม่ใช่แค่ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเท่านั้น แต่ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ โดยรูปแบบการทำงานนั้นน้องมุกเล่าว่า “พอได้ตำแหน่งก็เหมือนได้พื้นที่สื่อมากยิ่งขึ้น เวลาที่ไปออกทีวี หรือรายการต่างๆก็พยายามสื่อให้สังคมเปลี่ยนภาพจำที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ และให้มองว่าพวกเรากลุ่มชาติพันธุ์ก็มีสิทธิ มีเสียง มีความเท่าเทียม เท่ากับคนไทยทั่วไป หรือบางทีก็มีการแชร์เรื่องราวผ่านโซเซียลบ้าง ซึ่งที่ผ่านมามุกได้ออกรายการทีวีรายการหนึ่ง มุกก็ช่วยประชาสัมพันธ์ให้
สิ่งที่น้องมุกมีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตัวเองนั้น ประการแรกคือภาษากับชุดแต่งกายซึ่งแสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ตนเองได้อย่างชัดเจน ประการที่สองคือความรักใคร่สามัคคีกันโดยน้องมุกได้ยกตัวอย่างว่า “ที่หมู่บ้านกับที่นี่ไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่ ที่หมู่บ้านน้อง (มุก) จะรู้จักทุกคนทั้งหมู่บ้าน ทุกคนก็จะทักทายกันเหมือนเป็นญาติจนน้องเข้าใจว่าเป็นญาติกันจริงๆ ทำให้รู้สึกผูกพันกันทั้งหมู่บ้านเลย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ชอบที่สุดค่ะ”
น้องมุกในฐานะที่เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ของกลุ่มชาติพันธุ์ อยากบอกให้เยาวชนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ทุกคนว่าให้ภาคภูมิใจในภาษา วัฒนธรรม เสื้อผ้าการแต่งกายต่างๆ ของเราและลองปรับให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้ถูกกลืนหายไป และอยากให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์มีความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น
“เราอย่าด้อยค่าตัวเองเพียงเพราะเราเป็นกลุ่มชาติพันธุ์”
อย่างมุกเองก็ไม่คิดว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ ไม่คิดว่าจะสอบหมอได้เลย อันดับแรกเราต้องคิดว่าเราสามารถทำได้ก่อนค่ะ แม้ว่าเราอาจต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่น หรือบางเรื่องเราอาจรู้สึกว่าเข้าถึงยากกว่า สุดท้ายเราก็สามารถไปถึงได้เหมือนกันกับคนอื่นเช่นเดียวกัน น้องมุกจะเป็นกระบอกเสียงและสื่อสารเรื่องนี้ต่อไป