2 หนังสั้นฝีมือเยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง สะท้อนวิถีคนกับป่า

ได้รับเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลหนังสั้น CCCL film festival 2566

เรื่อง พนม ทะโน / ภาพ R2S

เทศกาลหนังสั้นโลกป่วยเราต้องเปลี่ยน หรือ Changing Climate, Changing Lives (CCCL) Film Festival ในปีนี้ มีภาพยนตร์เทศกาลหนังสั้นโลกป่วยเราต้องเปลี่ยน หรือ Changing Climate, Changing Lives (CCCL) Film Festival ในปีนี้ มีภาพยนตร์และสารคดีได้รับการคัดเลือกให้เขาฉายหลากหลายเรื่องเช่นเคย ในจำนวนนี้มีสองเรื่องที่เป็นหนังสั้นผลงานเยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง ที่ได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตและการต่อสู้ของชุมชนเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องแรกชื่อว่า “ตามหาจิตวิญญาณเบ๊อะบละตู” และเรื่อง “วิถีชีวิตชุมชนกับความกังวลเรื่องเหมืองแร่ฟลูออไรต์” โดยทั้งสองเรื่องเป็นความพยายามถ่ายทอดเรื่องราวจากชุมชนเล็กๆ สู่โลกกว้าง ให้ผู้คนได้เข้าใจวิถีชีวิตของคนอยู่กับป่า และบทบาทในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เคยฉายครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 ในงานวันชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ที่หอศิลปะวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร

หนังสั้นเรื่องแรก “ตามหาจิตวิญญาณเบ๊อะบละตู” เป็นผลงานร่วมกันของรัชชา สถิตทรงธรรม ผู้ผลิตสื่ออิสระ  ศุภชัย เสมาคีรีกุล เยาวชนเบ๊อะบละตู พร้อมด้วยเพื่อน ๆ  ส่งเสียงให้ผู้ชมเข้าใจถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่และการต่อสู้กับภัยคุกคามที่กำลังส่งผลกระทบต่อชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติ

คำว่า “เบ๊อะบละตู” หมายถึง เทือกเขาที่ทอดตัวเรียงกันเหมือนลูกเดือยที่คล้องกันไว้ สำหรับเครือข่ายเยาวชนเบ๊อะบละตู มีสมาชิกเป็นเยาวชนจาก 6 หมู่บ้าน ได้แก่บ้านปางทอง บ้านแม่อมยะ บ้านแม่ปอคี บ้านซอแขระกลา บ้านปอเคลอะเด และบ้านเคาะทีโค๊ะ ตำบลแม่วะหลวง อำเภอพบระ จังหวัดตาก เป้าหมายหลักของเครือข่ายเยาวชนชาวปกาเกอะญอแห่งนี้ คือ ร่วมกันสืบสานวิถีไร่หมุนเวียน ปกป้องผืนป่าเบ๊อะบละตู ให้รอดพ้นจากภัยคุกคามใหม่ ๆ ผ่านการออกมาสื่อสารสาธารณะและสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีทั้งการจัดกิจกรรมอนุรักษ์ บวชป่า ดูแลน้ำ แสวงหาเกษตรแนวใหม่ที่ยั่งยืนและไม่ทำลายเกษตรแบบดั้งเดิม


Figure 1 เยาวชนเบ๊อะบละตู กับไร่หมุนเวียน / ภาพ – R2S

ปัจจุบันความเคลื่อนไหวเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและไร่หมุนเวียน ของกลุ่มเยาวชนเบ๊อะบละตูกำลังเจอกับความท้าทายหลัก 2 ประการคือ แปลงพืชเชิงเดี่ยวที่เริ่มผุดขึ้นมาให้เห็นประปรายในหลายชุมชน คือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าผืนป่า และลำธารของพวกเขาอาจไม่บริสุทธิ์อีกต่อไป ประการต่อมาคือการเตรียมประกาศเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับซ้อนกับที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ที่อาจพลิกผืนดินอุดมสมบูรณ์นี้ให้กลายเป็นผืนดินอาบยาพิษเหมือนในหลายที่  เพราะกฎหมายและนโยบายรัฐในปัจจุบันยังไม่เข้าใจหรือยอมรับระบบไร่หมุนเวียน และเมื่อหมุนเวียนพักฟื้นผืนดินเหมือนเช่นที่ผ่านมาไม่ได้ สุดท้ายเกษตรกรอาจไม่มีทางเลือกมากมายนัก นอกจากหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวที่หนีไม่พ้นจากการใช้สารเคมีนั่นเอง


Figure 2 ป้ายคัดค้านเหมืองแร่ / ภาพ – R2S

ส่วนหนังสั้นอีกเรื่องที่ได้รับเลือกให้เข้าฉายในปีนี้ คือ “วิถีชีวิตชุมชนกับความกังวลเรื่องเหมืองแร่ฟลูออไรด์” สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันโดย เอ้โพ กฤษฎาพันธ์ หงส์อาจหาญ และเพื่อนเยาวชนอำเภอกัลยานิวัฒนา พูดถึงการต่อสู้ของชาวปกาเกอะญอ บ้านห้วยมะกอก ตำบลสันติคีรี อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่กังวลกับความเคลื่อนไหวของเอกชนในการขอต่อประทานบัตรเหมืองแร่ฟลูออไรต์

บ้านห้วยมะกอก เป็นชุมชนปกาเกอะญอที่มีรูปบบการดำรงชีวิตเหมือนกับหมู่บ้านอื่น ๆ คือ ทำเกษตรแบบไร่หมุนเวียน พึ่งพาอาหาร ยาสมุนไพรจากผืนป่าที่ชุมชนร่วมกันดูแล มีการผสานความเชื่อสู่การอนุรักษ์ กำหนดพื้นที่ป่าจิตวิญญาณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สงวนสัตว์น้ำ เป็นต้น แต่วิถีเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงไปหากมีการเปิดเหมืองแร่

จากข้อมูลของสำนักข่าวสิ่งแวดล้อม รายงานว่า โครงการเหมืองแร่ฟลูออไรต์แม่ลาน้อย ดำเนินการโดยบริษัท ยูนิเวอร์แซลมายนิ่ง จำกัด ตั้งอยู่ใน หมู่ที่ 4 ต.สันติคีรี อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ได้มีการขอสัมปทานทำเหมืองแร่และระเบิดหินเพื่อการอุตสาหกรรม บริเวณพื้นที่เขตหมู่บ้านห้วยมะกอก หมู่ที่ 4 ต.สันติคีรี อ.แม่ลาน้อย จำนวน 114 ไร่ 2 งาน 64 ตารางวา จากการประกาศของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรื่อง ขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ จำนวน 1 ชุด มีข้อความว่า ด้วยเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับจดทะเบียนคำขอประทานบัตรที่ 3/2538 ของบริษัทดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการรับฟังความเห็น แต่เนื่องจากมีชาวบ้านจำนวนมากที่ไม่ต้องการเหมืองแร่ จึงรวมตัวกันคัดค้าน จนทำการจัดเวทีรับฟังความเห็นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมาเป็นอันต้องยกเลิกไป ทั้งนี้ หากเกิดการทำเหมืองแร่ขึ้นจริง คาดว่าจะมีชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างน้อย 5 ตำบล ได้แก่ ต.สันติคีรี ต.แม่ลาหลวง ต.แม่โถ ต.แม่นาจาง และ ต.ขุนแม่ลาน้อย

อาจกล่าวได้ว่า หนังสั้นจากฝีมือเยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองทั้งสองเรื่องนี้ นอกจากฉายภาพให้เห็นถึงวิถีชีวิต องค์ความรู้และภูมิปัญญาในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติแล้ว สิ่งหนึ่งที่ได้สะท้อนออกมาตรงกันคือ สิทธิที่ยังขาดหายไปของชนเผ่าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพลเมือง สิทธิในที่ดิน จึงส่งผลให้ชนเผ่าพื้นเมืองเหล่านี้ไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจต่างๆ ได้

สำหรับเทศกาลหนังสั้นโลกป่วย เราต้องเปลี่ยน (CCCL Film Festival) เริ่มก่อตั้งใน พ.ศ. 2562 มีจุดประสงค์เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับเยาวชนและบุคคลทั่วไปได้ร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะผ่านสื่อภาพยนตร์สั้นที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลกระทบจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อผู้คนและชุมชน และเสนอแนวทางการแก้ไข ปรับตัวและรับมือต่อวิกฤตินี้

ทางเทศกาลฯ จัดกิจกรรมตลอดทั้งปีไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมชิงทุนสนับสนุนผลิตภาพยนตร์สั้น กิจกรรมพัฒนางานศิลปะของยุวทูต CCCL และกิจกรรมเสวนาประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาพยนตร์ เพื่อมุ่งสร้างความตระหนักรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและการรับมือต่อวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โดยในปีนี้ได้มีการคัดเลือกหนังสั้นประเด็นวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งหมด 38 เรื่องจาก 16 ประเทศทั่วโลก จัดรอบฉายในวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 2566 ณ สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ และอีกรอบหนึ่งระหว่างวันที่ 20-26 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ น่าน เชียงราย พะเยา อุดรธานี สงขลา และ ปัตตานี 

ขอบคุณข้อมูลจาก

  • R2S –  Rights to Space, Rights to Speak
  • สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม กรีนนิวส์ ttps://greennews.agency/?p=29383
  • CCCL Film Festival