เทศกาลดนตรีสีสันอ่าข่าโลก ครั้งที่ 2 เปิดพื้นที่ศิลปะ–เสียงเพลง เชื่อมอัตลักษณ์อ่าข่าข้ามพรมแดน

เชียงราย – ชาวอ่าข่าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง กระจายตัวอยู่ในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีฐานชุมชนสำคัญอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย จิตวิญญาณของชาวอ่าข่ายังคงยึดโยงกับบรรพบุรุษผ่านภาษา การแต่งกาย วิถีชีวิต พิธีกรรม และศิลปะ แม้จะต้องปรับตัวไปตามกระแสโลก แต่อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมยังคงเข้มแข็งและดำรงอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ภาพบรรยากาศงาน เทศกาลดนตรีสีสันอ่าข่าโลก ครั้งที่ 2 ภาพ: AFECT

สิ่งเหล่านี้ถูกพิสูจน์ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมอีกครั้ง เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานชุมชนบ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดฉากงาน “เทศกาลดนตรีสีสันอ่าข่าโลก ครั้งที่ 2” อย่างงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นของชุมชน และพลังแห่งวัฒนธรรมที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งงาน

ศิลปะที่หว่านเมล็ดพันธุ์: จาก “อ่ามา” สู่จิตวิญญาณสตรีอ่าข่า

งานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองทางดนตรี หากยังเป็นพื้นที่รวมพลังของศิลปินจากหลากหลายสายงาน ทั้งงานประติมากรรม การวาดภาพ งานแกะสลักไม้ และดนตรี ศิลปินแต่ละคนล้วนเป็นตัวแทนของการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความเป็นอ่าข่าลงในสังคม ผ่านผลงานที่สะท้อนตัวตนและจิตวิญญาณอย่างแท้จริง

สิทธิชัย ดอยบรรจบ เจ้าของแบรนด์ Chekha-Thikha (เชะข่า ถี่ข่า) แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และงานฝีมือร่วมสมัย ภาพ: AFECT

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นและทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้งคือ ประติมากรรมชิ้น “Aqma อ่ามา” หรือ “แม่ สตรีฉบับอ่าข่า” ของศิลปิน Cemeeqguq Aqghoe Arbyeiv

  • คำว่า “Aqma” ในภาษาอ่าข่ามิได้หมายถึงเพียงความสัมพันธ์ทางสายเลือด หากยังครอบคลุมถึงความอบอุ่น ความเข้มแข็ง และการเป็นรากฐานของชีวิต
  • ศิลปินเล่าว่าแรงบันดาลใจเกิดจากความหลงใหลและจิตวิญญาณที่อยากรักษาความเป็นอ่าข่าไว้ผ่านงานสร้างสรรค์
  • นับเป็นผลงานที่สะท้อนบทบาทและความงามของสตรีอ่าข่า ในแบบที่คนจากวัฒนธรรมเดียวกันถ่ายทอดได้อย่างจริงแท้ที่สุด

มนต์ขลังแห่ง ‘Aqcirgur’ เสียงขับขานที่กอดรัดด้วยธรรมชาติ

อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของงานคือการขับร้องบทเพลงดั้งเดิม “Aqcirgur” ซึ่งเป็นบทเพลงพื้นเมืองอ่าข่าที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มีลักษณะการเล่าเรื่องราวผ่านท่วงทำนองเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพลัง

ภาพบรรยากาศงาน เทศกาลดนตรีสีสันอ่าข่าโลก ครั้งที่ 2 ภาพ: AFECT

บนเวทีในค่ำคืนนั้น บทเพลงดังกล่าวถูกขับร้องโดยกลุ่มศิลปินรุ่นเก๋าวัยคุณแม่ ที่สามารถพาผู้ฟังย้อนกลับไปสู่จุดกำเนิดของความเป็นอ่าข่า และความยึดโยงอันลึกซึ้งที่มีต่อบรรพชน ผู้ขับร้องหลายคนกล่าวตรงกันว่า เสียงเพลงราวกับพาพวกเขาหวนคืนสู่อ้อมกอดของบรรพบุรุษ พร้อมกันนั้น บทเพลงยังสะท้อนวิถีชีวิตที่ผูกพันแนบแน่นกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นผืนดิน สายน้ำ ผืนป่า ฤดูกาล และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทั้งหมดล้วนหล่อหลอมเป็นรากฐานของการดำรงชีวิตและจิตวิญญาณของชุมชน

พรมแดนรัฐไม่อาจขวางกั้น: สายใยอ่าข่า 4 ประเทศ

ช่วงเวลาที่ทรงพลังและสะท้อนมิติทางการเมืองเชิงชาติพันธุ์ได้อย่างชัดเจน คือการรวมตัวของตัวแทนชาวอ่าข่าจาก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย เมียนมา ลาว และจีน การมารวมตัวกันในคืนเดียวกันนี้ เป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังว่า พรมแดนของรัฐอาจแบ่งแยกแผ่นดินได้ แต่ไม่อาจแบ่งแยกสายใยทางจิตใจ ความทรงจำ และรากเหง้าร่วมของผู้คนได้

ภาพบรรยากาศงาน เทศกาลดนตรีสีสันอ่าข่าโลก ครั้งที่ 2 ภาพ: AFECT
  • ผู้แทนจากเมียนมาได้อธิบายถึงความเป็นหนึ่งเดียวผ่านระบบการนับสายตระกูลที่เรียกว่า “Tseevq”
  • ระบบสืบสายตระกูลนี้ใช้เชื่อมโยงผู้คนข้ามพรมแดน ทำให้ชาวอ่าข่าจากต่างประเทศสามารถรับรู้ได้ว่าตนมีความเกี่ยวดองกับใคร แม้ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน
  • ตัวแทนจากทั้ง 4 ประเทศต่างยืนยันปณิธานเดียวกันผ่านภาษิต “Aqkaq tseirkaq tiqkaq ma” (Aqkaq tseirkaq tiqkaq ma) ซึ่งแปลว่า “ชาวอ่าข่าไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดบนโลก ต่างยึดโยงกับบรรพชนเสมอ”

ฟื้นฟูสมาคมอ่าข่า ส่งต่อพันธกิจสู่คนรุ่นหลัง

งานเทศกาลดนตรีครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการสานต่อพันธกิจด้านการศึกษาและวัฒนธรรม โดยมีการกล่าวรำลึกถึงจุดมุ่งหมายของสมาคมอ่าข่าที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษาและอนุรักษ์วัฒนธรรมอ่าข่าในประเทศไทย หนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานคือ ดร.ลีโอ อัลติ้ง วอนเกอเซา นักการศึกษาผู้ทุ่มเท ซึ่งทำให้สมาคมแห่งนี้เป็นพื้นที่กลางของชาวอ่าข่าทุกคน มิใช่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผู้แทนจากเมียนมาได้กล่าวขอบคุณ ดร.เลโอ สำหรับคุณูปการ พร้อมทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำแห่งความหวังว่า “วันนี้รู้สึกเหมือนได้เห็นชีวิตใหม่กับอนาคตของอ่าข่า”

ภาพบรรยากาศงาน เทศกาลดนตรีสีสันอ่าข่าโลก ครั้งที่ 2 ภาพ: AFECT

ศิษย์เก่าของสมาคมได้ร่วมกันขับร้องบทเพลงประจำวงสมาคมรุ่นแรก ที่สะท้อนเจตนารมณ์ของการก่อตั้งอย่างชัดเจน พร้อมกล่าวด้วยความซาบซึ้งว่าอยากให้สมาคมอ่าข่าได้มีโอกาสฟื้นฟูอีกครั้ง และสานต่อเจตนารมณ์นี้ไว้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะในด้านการให้การศึกษาแก่ลูกหลานชาวอ่าข่า และการรักษาจารีตประเพณีดั้งเดิมของชุมชน พิธีกรย้ำในคืนนั้นว่า สมาคมอ่าข่าเป็นของชาวอ่าข่าทุกคน และมีพันธกิจสำคัญในการธำรงวัฒนธรรมและวิถีจารีตความเป็นอ่าข่าไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป

ดนตรีร่วมสมัยและการประมูลศิลปะเพื่ออนาคต

บนเวทีไม่ได้มีเพียงเสียงเพลงดั้งเดิม แต่ยังมีไฮไลต์การมาเยือนของศิลปินอ่าข่ายุคใหม่ นำโดย Zeerguq และ Yanrdan ศิลปินจากจีนแผ่นดินใหญ่ผู้สืบสานบทเพลงดั้งเดิมและโด่งดังในโลกออนไลน์ ร่วมด้วยศิลปินฝั่งไทยอย่าง ต้าร์พญาไพร กับเพลง “แต่งงานกันเถอะ”, น้องพลอยสนา, กิดิโอและอาดิ่ รวมถึง Ligaq นักร้องร็อกจากเมียนมา ทุกบทเพลงในคืนนั้นล้วนยืนยันสิ่งเดียวกันว่า แม้จะอยู่ต่างถิ่น ต่างแผ่นดิน แต่หัวใจของชาวอ่าข่ายังคงเต้นอยู่ในจังหวะเดียวกัน

ในช่วงท้าย ได้มีการจัดการประมูลศิลปะเพื่ออนาคตของสมาคม โดยนำผลงานจากศิลปินรุ่นใหม่จำนวน 7 ชิ้น ที่สะท้อนวิถีชีวิตอ่าข่าออกประมูลอย่างงดงาม รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะนำสมทบสมาคมอ่าข่า ภายใต้การนำของ นายสมศักดิ์ พิสัยเลิศ นายกสมาคมคนปัจจุบัน เพื่อนำไปปรับปรุงอาคารสำนักงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และสานต่อพันธกิจในการอนุรักษ์วัฒนธรรมอ่าข่าต่อไป

ภาพบรรยากาศงาน เทศกาลดนตรีสีสันอ่าข่าโลก ครั้งที่ 2 ภาพ: AFECT

งานครั้งนี้จึงมิใช่เพียงเทศกาลดนตรีและศิลปะ หากแต่เป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า จิตวิญญาณของอ่าข่ายังมีชีวิต ยังมีเสียง และยังมีเรื่องราวที่ต้องการบอกเล่า ตราบใดที่ยังมีคนรุ่นใหม่หยิบพู่กัน ปั้นดิน ดีดสาย และร้องเพลงด้วยภาษาของบรรพชน รากเหง้าแห่งอ่าข่าก็จะไม่มีวันเลือนหาย

เขียนและเรียบเรียง: อาดัง อาจอ