12 ปียาวนานพอให้เด็กคนหนึ่ง เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่อย่างเข้มแข็ง แต่ยาวนานไม่เพียงพอในการสมานบาดแผลในใจ เมื่อสูญเสียใครสักคนหนึ่งไปอย่างอยุติธรรม
เป็นเวลา 12 ปีแล้วที่บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ ถูกอุ้มหายไป ในทุกปีเมื่อเวลาเวียนมาบรรจบ ครบรอบวันที่บิลลี่หายไป ช่วงเดือนเมษายนจะมีการจัดงานรำลึกถึงบิลลี่ โดยในงานปีนี้ใช้ชื่อว่า “ตะมึลลา กยีบาสะชูว์: ความหวังกำลังใจยังมี 12 ปีแม้วันที่บิลลี่ไม่อยู่” ที่จัดขึ้นโดยภาคีเซฟบางกลอย ร่วมกับภาคีเครือข่ายอื่น ๆ ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2569 ณ หมู่บ้านบางกลอย จ.เพชรบุรี
มึนอ-พิณนภา พฤกษาพรรณ อดีตภรรยาของบิลลี่ได้กล่าวไว้ภายในงานว่า “ทุก ๆ ปี ในเดือนเมษายน เป็นช่วงเวลาที่เศร้าที่สุดของปี”

12 ปียาวนานสำหรับคนเฝ้ารอ และสำหรับคนที่รู้จักบิลลี่ 12 ปีที่เฝ้ารอ ยังคงไม่ได้ทำให้ความทรงจำที่พวกเขามีต่อชายคนนี้เปลี่ยนไป เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมืองได้เป็นตัวแทนเรียบเรียงความคิดถึงบิลลี่ ผ่านความเรียง 5 ฉบับนี้
ถึงพ่อ..ผู้อบอุ่นและใจดี
พ่อเป็นพ่อที่อบอุ่นเสมอ เป็นเสาหลักของครอบครัวที่แข็งแกร่ง เป็นคนที่สามารถปกป้องและดูแลทุกคนในครอบครัวให้ปลอดภัยได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น พ่อจะให้คำแนะนำและหาหนทางแก้ไขปัญหาให้กับลูกๆ สอนให้หนูปรับตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมที่จะรับมือกับเหตุการณ์นั้นในครั้งต่อไป
ตั้งแต่วันแรกที่พ่อจากไป ครอบครัวเรารู้สึกเหมือนขาดบางสิ่งบางอย่างไป แต่ในตอนนั้นหนูยังไม่รู้หรอกว่าขาดอะไรไป พอยิ่งโตหนูถึงยิ่งรู้ว่า เราขาดคนที่เรียกว่าพ่อไป

สิ่งแรกที่เวลาหนูคิดถึงพ่อและรู้สึกคือความเศร้า รู้สึกว่าทำไมเราต้องสูญเสียคนคนนี้ไปตลอดกาล ทำไมพ่อหนูต้องเป็นคนที่สูญหาย หนูยังคงคิดถึงพ่อเสมอ อยากอยู่กับพ่อให้นานกว่านี้ แต่ทำไมโชคชะตาและฟ้าถึงไม่เข้าข้างครอบครัวเรา มันเศร้าทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องของพ่อ ทุกครั้งที่หนูพูดถึงเรื่องพ่อก็ยังคงร้องไห้ และยังรู้สึกว่ามันเป็นแผลในใจของลูกคนนี้เสมอ
หนูขอให้เรื่องแบบนี้ไม่เกิดขึ้นกับเด็กคนไหนบนโลก ในการสูญเสียคนที่เรียกว่าพ่อหรือแม่ไป เพราะต่อให้ภายนอกเด็กคนนี้จะเข้มแข็งขนาดไหน แต่ภายในใจลึกๆ มันยังคงเป็นแผลที่หนูได้สูญเสียคนที่รักคนหนึ่งไป
ตั้งแต่พ่อจากไป ชีวิตหนูเปลี่ยนไปหลายอย่าง มันทำให้หนูต้องแข็งแกร่งขึ้น แม้ช่วงแรกหนูจะรู้สึกอ่อนแอจากความเศร้า แต่ว่าพอเจอหลายๆ เรื่อง รวมทั้งคำสอนก่อนที่พ่อจะหายไป พ่อได้เคยสอนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของเราคือครอบครัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราต้องพร้อมที่จะอยู่เพื่อครอบครัว อยู่เคียงข้างไม่ปล่อยมือกันให้คนใดคนหนึ่งในครอบครัวต้องเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายๆ ดังนั้นพ่อไม่ต้องห่วง สิ่งที่พ่อสอนมันยิ่งทำให้หนูแข็งแกร่ง อยากที่จะลุกขึ้นมาช่วยพี่น้องคนอื่น
ตอนเด็กๆ พ่อจำได้ไหมว่า หนูมีความคิดอยากเป็นนักบิน แต่พอโตมาอาชีพนั้นมันไกลเกินฝัน หนูจึงเลือกมาเรียนพยาบาล เพราะมันเป็นอาชีพที่มั่นคง ถ้าหนูเรียนจบ หนูจะส่งพี่น้องคนอื่นๆ ให้เรียนจบเหมือนหนูเช่นกัน หนูจะตั้งใจเรียนเพื่อช่วยพี่น้องคนอื่นๆ ได้มีโอกาสเรียนมากกว่าหนู พ่อทำให้หนูเกิดความคิดอยากปกป้องคนอื่นเหมือนที่พ่อทำมาตลอด
พ่อจำได้ไหมว่า สมัยก่อนพ่อชื่นชอบการทำงานร่วมกับพี่น้องชาติพันธุ์อื่นๆ ตอนนี้หนูก็ได้เป็นหนึ่งในเครือข่ายเด็กและเยาวชนต้นกล้าชนเผ่าพื้นเมือง หนูอยากบอกพ่อว่า วันนี้พ่อไม่ต้องเป็นห่วงแล้วนะ หนูมีเพื่อนเต็มไปหมด เรื่องครอบครัวก็วางแผนไว้หมดแล้ว คิดไว้แล้วว่าจะดูแลแม่ และน้องๆ คนอื่นอย่างไร รวมถึงงานที่พ่อชอบ ทั้งการช่วยเหลือพี่น้องชาติพันธุ์ ให้มีสิทธิมีเสียงในเรื่องราวของพวกเขา ให้ผู้คนโลกภายนอกได้มองเห็นว่า ตัวตนของพวกเรากลุ่มชาติพันธุ์นั้นเป็นอย่างไร หนูจะทำให้คนทุกคนยอมรับในความเป็นชาติพันธุ์ของพวกเราเพิ่มมากขึ้น
หนูอยากให้คนอื่นได้รู้ว่า นอกจากพ่อเป็นนักสู้แล้ว พ่อยังเป็นคนที่อบอุ่น ใจดี ไม่ว่าพวกหนูจะทำเรื่องผิดพลาดขนาดไหน พ่อพร้อมจะสอนพวกหนูเสมอ พ่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกๆ เสมอ พ่อหนูเป็นคนที่ยิ้มสวยเสมอ
นอกจากความเศร้าที่ผ่านมาสิบสองปีแล้ว สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่คงเป็นความคิดถึงและความรัก ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว หนูในฐานะที่เป็นลูกพ่อ ยังคงรักและคิดถึงพ่ออยู่เสมอ หนูยังคงหวังว่าพ่อจะยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง ในความหวังอันริบหรี่ของพวกหนู
ถ้าเสียงนี้สามารถส่งไปถึงพ่อได้ หนูอยากบอกพ่อว่า ตอนนี้พ่อไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้น ลูกๆ ทุกคนเติบโตกันหมดแล้ว พร้อมที่จะดูแลแม่และดูแลกันและกัน พวกหนูต่อให้จะทะเลาะกันบ้าง แต่ยังคงรักษาสัญญาที่พ่อเคยสอนไว้ว่า ให้พวกเราดูแลกัน ไม่เคยทิ้งกันไว้ข้างหลัง วันนี้พวกหนูเติบโตขึ้นมาอย่างเข้มแข็ง และสามารถดูแลกันและกันได้แล้ว อยากบอกพ่อว่าไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้นะคะ
จากโอ กาญารัตน์ รักจงเจริญ ลูกสาวของพ่อบิลลี่
ถึงน้องชาย…สิบสองปีแล้วก็ยังคิดถึง
ความเป็นพี่เป็นน้องมันผูกพันกันอยู่แล้ว ก็คิดถึงเป็นธรรมดา สิบสองปีแล้วก็ยังคิดถึงอยู่ ภาพจำที่ทำให้พี่คนนี้คิดถึงน้อง เพราะแกเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่น หลายอย่างที่แกช่วยเหลือคนอื่น จนทำให้แกต้องเสียชีวิต
ตั้งแต่ยังเด็กเราโตมาด้วยกัน เล่นมาด้วยกัน แกเป็นคนขี้เล่น เป็นคนที่เล่นด้วยกันอย่างสนุกสนาน ทั้งปีนต้นไม้ กระโดดน้ำ แต่ยิ่งโตขึ้นแกยิ่งมีความเป็นผู้นำชัดเจนขึ้น เวลาไปไหนก็จะมีแต่เพื่อนฝูงรายล้อม เชื่อเถอะว่าจนถึงวันนี้ เพื่อนๆ ของแกก็ยังคิดถึงแกอยู่
พี่อยากบอกว่าวันนี้ คนทางบ้านยังคิดถึงแกอยู่ตลอด ไม่มีใครลืมแกได้หรอกบิลลี่ 12 ปีมันเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก จนบางคนอาจจะลืมบางอย่างไปได้ แต่ที่นี่ ที่บางกลอย ยังไม่มีใครลืมแก เพราะสิ่งที่แกทำไว้ให้กับชุมชน สิ่งที่แกได้ช่วยเหลือชาวบ้าน
ตั้งแต่แกไม่อยู่ก็คิดถึงตลอดเวลา คิดไม่ตกด้วยว่า ถ้ามีใครลุกขึ้นมาทำงานเหมือนแกอีก ต่อไปจะหายไปเหมือนแกอีกไหม
ถ้าวันนี้แกยังอยู่ แกคงต้องเดินทางอยู่ที่ไหนสักแห่ง ออกไปพบปะพี่น้องชนเผ่าอื่นๆ ไปพูดคุยปรึกษากับพวกเขา และชวนทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่คนชนเผ่ายังไม่มีสิทธิตรงนั้น
ยังคงคิดถึงตลอดเวลา แม้ช่วงเวลาแรกๆ ที่แกไม่อยู่มันจะหนักหน่อย เพราะว่าความเป็นพี่น้องกัน ไม่ว่าจะทำอะไรก็อดคิดถึงไม่ได้ คิดถึง คิดถึงกันตลอดเวลา

ถึงเพื่อนรัก..หักเหลี่ยมโหด
เราเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ เอ็งเป็นคนที่เข้ากับใครก็ง่าย เป็นคนที่พูดสนุกสนาน และเป็นคนที่เวลาทำอะไรจะตั้งใจทำ สมัยก่อนเราเรียนด้วยกัน อาศัยอยู่ที่บางกลอยบน เราต้องลงไปเรียนที่ข้างล่าง ไปอาศัยอยู่ในวัดด้วยกัน จนผมเลือกที่จะทำงาน ในขณะที่เอ็งเลือกที่จะเรียนต่อ
เอ็งเป็นคนที่รักในความเป็นปกาเกอะญอ รักรากเหง้าของตนเอง ถึงแม้เราจะอยู่ในป่า พอโรงเรียนปิดเทอมเมื่อไหร่ เราจะกลับไปที่บางกลอยบน เอ็งภูมิใจและรักในบ้านเกิดของตนเองอย่างถึงที่สุด
ในฐานะเพื่อนคนหนึ่งก็คิดถึง คิดถึงและเฝ้ารอความยุติธรรม เมื่อไหร่เพื่อนผมคนนี้ ครอบครัว ลูก และภรรยาของเขา จะได้รับคำตอบจากสังคมว่า พ่อหรือสามีคนนี้ของพวกเขาไปอยู่ที่ไหน มันเกิดอะไรขึ้น กับตัวผมเองก็อยากรู้ว่าเพื่อนผมคนนี้เขาไปที่ไหน เพื่อนผมมันไปทำอะไรให้ ทำไมต้องสูญหาย
ผมอยากบอกเพื่อนคนนี้ว่า รูปถ่ายที่เอ็งให้และเขียนไว้ข้างหลังรูปว่า ‘เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน’ คำคำนี้จะไม่มีวันหายไปจากหัวใจผม เอ็งเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งในชีวิต
ยังจำเรื่องตลกระหว่างเราสองคนได้ไหม ครั้งหนึ่งที่เราสองคนสลับแฟนกัน เพราะความไม่รู้ แต่พอเราได้กลับมาเจอกัน เราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม จนเพื่อนในกลุ่มตั้งฉายาให้พวกเราว่า ‘เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด’
ภาพสุดท้ายที่ยังจำได้เสมอ เราสองคนนั่งรถเครื่องไปด้วยกัน จากที่นี่ (บางกลอย) ลงไปข้างล่าง ลงไปที่แก่งกระจานด้วยกัน เอ็งยังชวนเลยว่า เดี๋ยวเราต้องกลับมาช่วยเหลือหมู่บ้านเรากันนะ ถ้ามีโอกาสเราจะกลับมาพัฒนาหมู่บ้านตัวเอง ตอนนั้นการช่วยเหลือหมู่บ้านไม่เคยอยู่ในสมองของผม คิดเพียงว่าเพื่อนทำได้ก็ให้เพื่อนทำไปเถอะ
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากเอ็งมาเสมอคือ ไม่ว่าจะทำอะไร ต้องทำให้เต็มที่ที่สุด เอ็งสอบได้ที่หนึ่งทุกปี ถึงแม้จะอยู่บนภูเขา ตั้งแต่เรียนจบมา เป้าหมายของเอ็งชัดเจนมาตลอดว่า จะกลับมาช่วยหมู่บ้าน เอ็งทำตามเป้าหมายของตนเองอย่างดีที่สุด เท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้แล้ว

ถึงคนต้นแบบ…ที่ทำให้ผมลุกขึ้นมาสานต่อ
เราเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน แต่ไม่ได้สนิทกันเพราะคุณโตกว่าผม เดิมทีผมไม่เคยสนใจเรื่องที่คุณทำ เพราะตอนนั้นเป็นช่วงชีวิตวัยรุ่นของผม ผมมีโอกาสได้คุยกับคุณแค่ครั้งเดียว เมื่อผมบอกว่าไร่หมุนเวียนคือไร่เลื่อนลอยตามที่ได้เรียนมาในหนังสือ
พอพูดคำนี้ให้คุณได้ยิน คุณรีบตอบกลับมาเลยว่ามันไม่ใช่อย่างที่ผมเข้าใจ และอธิบายหลักการที่ผมแค่ฟังผ่านๆ พอทราบมาบ้างว่าคุณพยายามเดินเรื่องต่างๆ ให้กับชาวบ้าน แม้คุณจะพยายามชักชวนให้ผมไปทำงานด้วย แต่ผมไม่เคยใส่ใจ
ผมมาใส่ใจเรื่องพวกนี้ก็หลังจากที่คุณหายไปสองปี จากเดิมที่ผมใช้ชีวิตเที่ยวเล่นสุขสบาย เมื่อเจอแรงกดดันจากโลกภายนอกและจากเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้ผมได้ทบทวนถึงสิ่งที่คุณทำไว้ พยายามศึกษาจนได้ข้อสรุปว่า คนคนหนึ่งออกมาทำสิ่งหนึ่งและยอมแลกชีวิตได้ถึงขนาดนี้เชียวเหรอ
คุณมักพูดกับชาวบ้านเสมอว่า ‘ถ้าผมหายไป มันไม่ได้เกิดจากฝีมือใครนอกจากเจ้าหน้าที่รัฐ’ ท้ายที่สุดคุณต้องสละแม้ชีวิตของตนเอง ผมจึงอยากพยายามเดินต่อตามสิ่งที่คุณเคยทำ
ผมยังมองคุณเป็นต้นแบบ เพราะสิ่งที่คุณทำมันยิ่งใหญ่สำหรับคนคนหนึ่งที่กระทำได้ ผมในฐานะคนรุ่นถัดจากคุณ จะไม่ปล่อยให้การเสียสละของคุณนั้นเดียวดายสูญหายไป
ผมแค่อยากสานต่อสิ่งที่คุณคาดหวัง หวังที่จะได้เห็นพี่น้องได้กลับไปทำกินในพื้นที่ดั้งเดิม และได้ใช้ชีวิตวิถีดั้งเดิม เมื่อลองคิดทบทวนดูดีๆ แล้ว สิ่งที่คุณหวังและสิ่งที่ชาวบางกลอยเผชิญอยู่ตอนนี้มันเป็นความจริง แม้ไม่มีใครคาดคิดในวันนั้นว่า คนคนหนึ่งจะเสียสละตนเองได้ถึงขนาดนี้ และสิ่งที่คุณทำมันยังไม่ได้สูญหายไปไหน มันจะมีคนรุ่นต่อๆ ไปที่ลุกขึ้นมาสานต่อ
เรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณเป็นสิ่งน่าเศร้า เป็นการกระทำที่ทำให้คนในชุมชนหวาดกลัว อย่างที่คำกล่าวว่า ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ แต่ว่าเราจะไม่ยอมจำนนต่อสิ่งที่เขาทำให้เรากลัว เมื่อพวกเราลุกขึ้นสู้เหมือนอย่างที่คุณทำ ความกลัวเหล่านั้นก็เริ่มจางหาย และทำให้ชาวบ้านได้ใช้ชีวิตตามปกติ
ผมยังมีความหวังในความฝันร่วมของผมและคุณ ที่อยากกลับไปอยู่บางกลอยบน เพราะว่าสิ่งที่คุณเริ่มทำไว้ เรื่องราวของบางกลอยถูกส่งต่อตามกาลเวลา แม้รัฐบาลที่ผ่านๆ มาจะทั้งฟังและไม่ฟังเรา แต่เราก็ยังสู้และยืนหยัดได้ว่าเรามีความหวังที่จะกลับไป กลไกต่างๆ ที่เรามี วันนี้จากสิ่งที่คุณทำไว้ เราได้สานต่อจนเสียงของเราไปถึงรัฐบาลในทุกยุคสมัย

แบงค์ พงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร รุ่นน้องของบิลลี่
ถึงบิลลี่…หนึ่งคนสูญหาย จุดประกายให้ใครอีกหลายคน
ฉันเจอบิลลี่ครั้งแรก เมื่อมีการจัดผ้าป่าข้าวสารจากภาคเหนือลงมาที่บางกลอย ตอนที่มีการทำพิธีเรียกขวัญข้าว ปู่คออี้กับบิลลี่อยู่คู่กัน ฉันได้ถ่ายรูปบิลลี่ไว้ในพิธีกรรม ตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบิลลี่คือใคร รู้แค่ว่าคือตัวแทนคนหนึ่งในหมู่บ้าน ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งเดือน ปรากฏข่าวว่ามีผู้ชายคนหนึ่งหายตัวไปชื่อบิลลี่ เราลงรูปนั้นในเฟสบุ๊ค เพื่อจะบอกว่า ‘มีคนคนหนึ่งหายไปนะ ถ้ามีใครเห็น เขาคงมีโอกาสกลับมา’
บิลลี่เป็นตัวแทนคนหนึ่งของชาวบ้านบางกลอย ซึ่งมีความสามารถในการติดต่อกับคนภายนอกได้ บิลลี่เรียนเก่ง สามารถพูด เขียน อ่าน ภาษาไทยได้คล่องแคล่ว เมื่อก่อนสังคมไม่รู้หรอกว่า มีการบังคับย้ายชาวบ้านจากใจแผ่นดินลงมา บิลลี่คือคนที่พยายามสื่อสารกับคนภายนอกเรื่องนี้ บิลลี่ทำให้คนข้างนอกได้รู้ว่า มีชุมชนหนึ่งที่อยู่ใจกลางป่าแก่งกระจาน ถูกบังคับย้ายลงมาและมีการพูดถึงการเผายุ้งข้าว
ฉันไม่ได้รู้จักบิลลี่โดยตรง แต่ตั้งแต่ที่บิลลี่หายไป ฉันได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของบิลลี่ ช่วยสร้างบ้านให้มึนอ หาทุนการศึกษาให้กับลูกๆ ของบิลลี่
ลูกๆ ของบิลลี่ ฉันเห็นตั้งแต่ตัวน้อยๆ จนวันนี้โอโตเป็นสาว ฉันพลางนึกถึงภาพแทนของครอบครัวบิลลี่ ว่าผ่านไปสิบสองปีแล้ว แต่คล้ายกับว่าไม่มีความยุติธรรมให้กับครอบครัว
การที่คนคนหนึ่งหายไปทำให้มึนอกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเลี้ยงลูกห้าคน มีแรงกดดันจากคนในชุมชนบอกว่าอย่าไปเรียกร้องอีกเลย เรียกร้องไปรังแต่จะทำให้ทางการมาเพ่งเป้า ทุกวันนี้มึนอเข้มแข็งมาก ลูกๆ แต่ละคนก็หางานทำ มีรายได้พิเศษ ความลำบากในตอนนั้นทำให้มึนอเข้มแข็งในตอนนี้
บิลลี่คือคนชาติพันธุ์คนหนึ่งที่จุดประกายให้ทุกชาติพันธุ์ในไทย ได้มีสำนึกว่าเรามีสิทธิที่จะพูดถึงสิ่งที่ตนเองหรือชุมชนโดนกระทำ การหายไปของบิลลี่เป็นเรื่องไม่ดี แต่ว่าในมุมกลับกัน มันทำให้คนกะเหรี่ยงเกิดความรู้สึกร่วมกันว่าต้องสามัคคี
บิลลี่คือแม่เหล็ก ที่ทำให้คนชาติพันธุ์หลายคนที่ไม่เคยใส่ใจเรื่องสิทธิของตนเอง หรือว่าไม่เคยภาคภูมิใจในความเป็นคนกะเหรี่ยง หันมามองว่าคนมีความเท่าเทียม และจะไม่ยอมตกเป็นผู้ถูกกระทำ
บางกลอยไม่เคยเงียบหายไปเพราะว่าบิลลี่ แม้บิลลี่จะพบเจอกับสิ่งไม่ดี แต่สิ่งที่บิลลี่ทำมันได้ตกทอดสิ่งที่ดีหลายอย่างให้กับชาติพันธุ์ทั่วประเทศไทย หลายชุมชนวันนี้ที่รู้สึกว่าตนเองถูกกระทำ หากชาวบางกลอยถูกบังคับย้ายถิ่นฐานได้ วันหนึ่งสิ่งเหล่านี้อาจไปเกิดกับชุมชนของคุณก็ได้

เขียนและเรียบเรียง/ภาพ: ณฐาภพ สังเกตุ