โดย นพพล ไม้พลวง
เยาวชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกชาวลีซู อ่าข่า อูรักลาโว้ย ไทโส้ ประสานเสียงพ้อง เลือกผู้แทนโดยดูจากนโยบายที่หาเสียง เผยอยากเห็นประเทศพัฒนา มีการเปลี่ยนแปลงด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แก้ไขปัญหาสถานะบุคคล ลดการกลั่นแกล้งดูถูกเด็กชนเผ่าฯ ยอมรับยังสับสน ว่ามีการลงประชามติแก้รัฐธรรมนูญพ่วงด้วย เนื่องจากเข้าไม่ถึงประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สะท้อนช่องว่างของการสื่อสาร ที่ยังไปไม่ถึงกลุ่มคนชายขอบ ฟากอีสานพ้อ ขอรถหาเสียงที่ไม่วิ่งก่อนแปดโมงเช้าและขับช้าลงหน่อยเพราะฟังไม่ทัน
จากข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครอง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ใช้เป็นฐานจัดทำบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ปี พ.ศ. 2569 พบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก (First Voter) ในช่วงอายุ 18-22 ปี มีจำนวนกว่า 4 ล้านคน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 53 ล้านคน หรือราว 7.55% ของผู้มีสิทธิทั้งประเทศ หนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นคือ เยาวชนชนเผ่าพื้นเมืองซึ่งอาศัยอยู่แต่ละภูมิภาคทั่วประเทศ การเดินเข้าคูหาเลือกตั้ง จึงเป็นหนึ่งในพิธีกรรมทางประชาธิปไตย ให้พวกเขาได้ทำหน้าที่ตามสิทธิในฐานะพลเมือง
กมลวรรณ ผอมด้วง เยาวชนอูรักลาโว้ยผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในพื้นที่เกาะจำ ตำบลศรีบอยา จังหวัดกระบี่ เล่าว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการเข้าคูหา แต่น่าเสียดายป้ายหาเสียง หรือการติดตามนโยบายของผู้สมัครและพรรคการเมืองต่าง ๆ ยังมีช่องทางน้อย ต้องอาศัยการติดตามจากโซเชียลมีเดีย และโลกออนไลน์ ทำให้สมาชิกในบ้านหลายคนอาจเข้าไม่ถึง
สำหรับการตัดสินใจเลือกผู้แทนและพรรคการเมืองตามทัศนคติของกมลวรรณ คือ ต้องเป็นพรรคที่มีนโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยภาพลักษณ์หน้าตาของผู้สมัคร ไม่ใช่เหตุผลจำเป็นในการมอบคะแนนเสียงให้
ขณะที่ ยูจีน หวัง เยาวชนอ่าข่า นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาการจัดการโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แสดงความกังวลใจ เรื่องค่าแบกใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบสำหรับการเดินทางกลับไปเลือกตั้ง พร้อมหวั่นใจเรื่องระบบขนส่งสาธารณะอาจทำให้การกลับไปใช้สิทธิไม่เป็นตามกำหนด
อย่างไรก็ตาม เยาวชนอ่าข่ารายนี้แน่วแน่เรื่องการกลับไปใช้สิทธิครั้งแรก แจ้งชัดเรื่องวางแผนการเดินทางไว้ล่วงหน้าแล้ว รวมทั้งระบุเรื่องการศึกษาข้อมูลนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง จนมีตัวเลือกในใจ ซึ่งเกณฑ์การมอบคะแนนเสียงให้ จะเน้นแก้ปมที่เคยพบเจอจากอดีต
นอกเหนือจากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นแล้ว ตัวแทนเยาวชนจากทั้งเหนือและใต้ 2 รายนี้ ยอมรับตรงกันว่า ไม่ทราบมาก่อนเรื่องการออกเสียงประชามติที่จะเกิดขึ้นพร้อมการเลือกตั้ง แต่เมื่อรู้ข้อเท็จจริงจะรีบศึกษารายละเอียดขั้นตอน วิธีการใช้สิทธิ แล้วบอกต่อสมาชิกในครอบครัวรวมถึงคนใกล้ชิดด้วย
เช่นเดียวกับ อะเลมิ แซ่เฉิ่น เยาวชนลีซูวัย 22 ปี ซึ่งปรากฎชื่อมีสิทธิเลือกตั้งที่บ้านรินหลวง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ส่ายหัวให้กับเรื่องการออกเสียงประชามติ ยืนยันว่าไม่เคยรู้มาก่อน แต่สำหรับการเลือกผู้แทนราษฎรและผู้บริหารรัฐบาลในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่เธอเฝ้ารอ
อะเลมิ ย้อนความหลังในฐานะลูกหลานชาวลีซูบ้านรินหลวงว่า เธอเกิดจากมือหมอตำแย เพราะหมู่บ้านห่างไกลจากโรงพยาบาล ช่วงเวลานั้นถูกตัดขาดเรื่องความรู้ความเข้าใจในการแจ้งเกิด ทำให้คนรุ่นเดียวกับเธอส่วนใหญ่กลายเป็นคนไร้สัญชาติ ความพยายามของตัวเองตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เจออุปสรรคทั้งความล่าช้า การโยกย้ายตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ แม้กระทั่งการถูกเรียกเก็บเงินโดยไม่กล้าปฏิเสธ หรือหากย้อนกลับไปตั้งแต่วัยเด็ก ครอบครัวของเธอก็เคยตกเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋น ที่หลอกเงินค่าดำเนินการทำใบเกิด ทำบัตรประชาชน จนสูญเสียเงินไปมากกว่า 3 แสนบาท
นอกจากความคาดหวังเรื่องปราบปรามขบวนการทุจริต เรียกเก็บเงินดำเนินการด้านสัญชาติแล้ว เยาวชนสตรีลีซูยังยกตัวอย่างในชุมชนเกี่ยวกับการทุจริตซื้อเสียง ที่มักมาในรูปแบบแจกข้าวกล่องพร้อมซอง คล้ายเป็นธรรมเนียมซึ่งเจ้าตัวอยากให้มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง
แตกต่างจากพื้นที่ชาวไทโส้ บ้านโพธิไพศาล อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ของ ‘ไวไว’ กิตติภูมิ บุตราช ซึ่งการหาเสียงเต็มไปด้วยความคึกคัก มีทั้งการติดป้ายผู้สมัคร การใช้รถเครื่องขยายเสียงแห่ไปตามย่านชุมชนบ้านพัก การปราศรัยที่วัด ตลาด นัดหมายไปฟังนโยบายหน้าอำเภอ แถมยังมีการประกาศเสียงตามสายชวนไปเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง
ด้านเกณฑ์ในการพิจารณาลงคะแนนให้ผู้สมัคร ไวไว เปิดเผยว่า อยากเลือกคนที่ใกล้ชิด เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเข้าถึงง่าย ขณะที่ภาพลักษณ์เป็นเรื่องรองลงมา เพราะหากทำให้น่าเชื่อถือไว้ก็จะดีต่อตัวพวกเขาเองมากที่สุด
ในการเลือกตั้ง 69 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด มีเขตเลือกตั้งรวม 133 เขต จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 133 คน ไวไว หวังว่า จะมีสักคนช่วยลบภาพความห่างไกล ความน่าเวทนา และการเป็นประชากรที่ถูกเหยียดอยู่เสมอได้บ้าง
“การเป็นคนอีสาน แค่ยังไม่ต้องพูดถึงความเป็นชาติพันธุ์ก็จะถูกมองแล้ว ทำนองว่าไม่มีวันฉลาด ต้องทำแต่เรื่องไม่ดี ล้าหลังเสมอ ภาพจำพวกนี้นอกจากการพัฒนาสิ่งก่อสร้างเพิ่มความเจริญแล้ว ต้องอาศัยการพัฒนาคนให้สามารถอยู่ในสังคมแบบไม่ดูถูกกันได้ด้วย ก็หวังว่าการเมืองจะเป็นความหวังให้ช่วยลดเรื่องพวกนี้ลงไปบ้าง”
ส่วนการทำประชามติในรอบนี้ เยาวชนไทโส้เป็นอีกคนที่สะท้อนว่า ตนยังไม่เข้าใจและไม่ได้ยินมาก่อนเลย ดังนั้น บัตรเลือกตั้ง 3 ใบ ที่กำลังจะได้รับใส่มือของพวกเขา จึงไม่ใช่แค่กระดาษเอาไว้กากบาท แต่คือใบเบิกทางสู่อนาคต ที่พวกเขาจะกำหนดนิยามความเป็นพลเมืองด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตามสำหรับการเลือกตั้งพ่วงคำถามประชามติที่กำลังจะมาถึง เจ้าหน้าที่ของรัฐแห่งหนึ่ง ในอาคารบี ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งยอมรับว่า การประชาสัมพันธ์ 2 กิจกรรมใหญ่ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกันทำได้ลำบาก หากประเมินกำลังของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งเรื่องการทุจริตเรื่องการเลือกตั้งเองก็ทำได้แค่แก้ปัญหาปลายทาง เพราะในพื้นที่บางแห่งหากไม่มีการแจกเงินเลยก็คล้ายไม่ปฏิบัติตามธรรมเนียม
เจ้าหน้าที่ของรัฐรายนี้ระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการหรือแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องทุจริต ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ดำเนินการกำหนดให้มี ผู้ช่วยหาเสียงเอาไว้ ซึ่งถ้าจะหมายความให้ตรงไปตรงมา คือ การทำให้เงินสีดำหรือเงินซื้อเสียง ถูกจ่ายในที่แจ้งให้แก่ผู้ช่วยหาเสียงแบบสามารถเห็นที่มาที่ไปและตรวจสอบได้
ส่วนประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติที่จะเกิดขึ้นนั้น เจ้าตัวยอมรับว่า หน่วยงานดำเนินงานตามศักยภาพแล้ว แต่การทำ 2 กิจกรรมหลักพร้อมกันกระบวนการทำความเข้าใจอาจไม่ทั่วถึง
ท้ายที่สุด เสียงสะท้อนจากเยาวชนทั้ง 4 ภูมิภาค ย้ำเตือนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ มีความหมายมากกว่าทุกครั้ง ท่ามกลางความสับสนเรื่องประชามติ กกต. กำหนดให้มี บัตร 3 ใบ ได้แก่ บัตรใบที่ 1 สีเขียว เลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต, บัตรใบที่ 2 สีชมพู เลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ จากนั้นเมื่อใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วเสร็จ ต้องเข้าคิวรับบัตรออกเสียงประชามติสีเหลือง (บัตรใบที่ 3) เพื่อกากบาทในช่อง “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งทุกใบในวันที่ 8 กุมภาฯ อาจกลายเป็นกุญแจไขประตูสู่การพัฒนา ที่พวกเขาพยายามถามหาและอยากเห็น
____________________
ผลงานนี้เกิดจากจากความร่วมมือระหว่าง เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง (IMN), ฮาร์ดสตอรี่ (HaRDstories), เครือข่ายประชาชนขจัดการเลือกปฏิบัติ (MovED)